1 เมษายน 2560 เป็นวันเสาร์ห้า

วันเสาร์ห้า

1 เมษายน 2560 วันนี้เป็นวันเสาร์ห้า (ขึ้นห้าค่ำเดือนห้า) ฤกษ์เป็นมงคล เหมาะสำหรับการปลุกเสกวัตถมงคล หมอแดงจะทำพิธีไหว้ครูและอัญเชิญครูบาอาจารย์ทั้งหมดมาปลุกเสกวัตถุมงคลเก่า+ใหม่ ไว้สำหรับให้ลูกค้าหมอดู ที่มีศัทธาสูง สำหรับเช่าบูชา เก็บไว้เป็นที่ระลึก ป้องกันตัว และมงคลแก่ชีวิต วัตถุมงคลนี้ได้แก่ลูกแก้ว เทียนไฟฟ้า และอื่นๆ รวมไปถึงดวงชะตาลูกค้าเก่าใหม่ทุกท่านที่ให้ข้อมูลหมอแดงมา พิธีจะมีสองรอบ 13.00 – 14.00 น. และ 22.00 – 23.00 น. ช่วงละ 1 ชั่วโมง ถ้าลูกค้าท่านใดชื่นชอบ มีความศัทธาสูง ต้องการสัมผัสกับกระแสเมตตาจิตของหมอแดงและครูบาอาจารย์ ในช่วงเวลาดังกล่าว ขอให้ทดลอง
1. หลับตา
2. เข้าสมาธิสูงสุดของตนเอง
3. นึกถึงพระพุทธรูปที่ตนเองชื่นชอบ (เนรมิตขึ้นมาในใจ)
4. ขอพรให้สามารถรับ-ส่งกระแสจิต เชื่อมต่อกับหมอแดงได้โดยง่าย
5. แล้วรอดูผลการขอพรนั้น
6. สักครู่…(ภายใน 1 นาที) ภาพพระพุทธรูปที่ท่านกำหนด กำลังเพ่งอยู่ จะสูญหายไป เกิดความว่างขึ้นมาแทนที่ ให้ท่านสัเกตุว่าได้ภาพอะไรขึ้นมาแทนที่ ให้นั่งสมาธิดูภาพนั้นไปเรื่อยๆ อย่าเพิ่งตั้งความสงสัยใดๆ เพราะจะทำให้ภาพนั้นล้มหายไป ให้นั่งดูไปเรื่อยๆ เหมือนนั่งดูภาพยนต์ จนกว่าจะหมดข้อความที่ครูบาอาจารย์ต้องการจะบอก หรือสมาธิถอนออกมาเอง ให้รีบจดบันทึกสิ่งที่ตนเองสัมผัสได้ เขียนโดยย่อ แชร์ลงใน FB หรือ LINE ของหมอแดงในทันทีที่มีโอกาส
7. ในรอบ 13.00 – 14.00 น. ถ้าเห็นตัวเลขด้วย ให้เขียนลงแชร์ลงไปด้วย (จุดประสงค์เพื่อตรวจสอบคุณภาพของสมาธิของท่านเอง จงทำแบบสนุกๆขำๆ จึงจะได้ผลสำเร็จดีท่สุด ห้ามเอาเลขชุดนั้นไปบอกใครในเชิงอวดฤทธิ์ และห้ามซื้อหวยเองโดยเด็ดขาด การโพสต์กระดานสนทนาส่วนตัวใน FB และ LINE ของหมอแดง จะไม่มีใครเห็นข้อความนั้นๆครับ)
8. ในรอบ 22.00 – 23.00 น.ถ้าผู้ใดต้องการสัมผัสกระแสจิตเมตตาของหมดแดงและครูบาอาจารย์อีกครั้ง ให้ทำเหมือนเดิม แต่ให้ตั้งความว่างจากกิเลสเป็นอารมณ์ ทำเหมือนว่าตนเองใกล้กำลังจะตายในเวลานั้น ตัดความห่วงในร่างกายคนเองและทุกคนในครอบครัวทิ้งไป ไม่อาลับในทรัพย์สินทั้งปวง ตั้งค่าไว้ว่าถ้าตายจริงจะไปพระนิพพาน ช่วงนี้ลูกค้าอาจเห็นสภาพของสถานที่อันเป็นทิพย์ เช่น ป่าหิมพานต์ สวรรค์ พรหม และพระนิพพานได้ เทคนิคคือขอให้ลูกค้าทำใจให้เสมือนเป็นพระอรหันต์ (แบบชั่วคราว 1 ชั่วโมงก็เก่งแล้ว นอกเวลานี้ก็เป็นคนตามปกติเหมือนเดิม) ก็จะสามารถสัมผัสกับกระแสเมตตาจิตของหมอแดงและครูาอาจารย์ได้อย่างแน่นอน

(บทความนี้ หมอแดงมีเจตนาจะบอกวิธีการฝึกสมาธิ ในแบบมโนมยิทธิ แบบง่ายๆ สำหรับผู้สนใจ เจตนาผู้เขียนคือต้องการให้ทุกวัน เป็นวันที่ดีของชาวพุทธ ไม่งมงายไปกับวิธีฝึกสมาธิอื่นๆที่ตรวจวัดปริมาณคุณภาพไม่ได้ โปรดงดวิจารณ์ในสิ่งที่ตัวเองทำไม่ได้ เพราะเป็นการโชว์ความไม่รู้(โง่)ของตัวเองให้คนอื่นเห็น)

………………………………………….

บริการดูดวงทางโทรศัพท์ vb45(คลิกอ่านรายละเอียด)
บริการดูดวงทางโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ท
ค่าบริการ 500 บาท/ดวง/5 คำถาม/ชั่วโมง (โปรโมชั่น : คำถามละ 100 บาท)
ใช้วิชา : เลข7ตัว9ฐาน+ไพ่ยิปซี+สัมผัสที่หก
โอนเงินล่วงหน้าเข้า ธ.กสิกรไทย 233-228-6407
ในนาม อดิศร นิตยาจาร Adisorn Nittayajarn
ให้บริการในเวลา 08.00 น.-20.00 น. (หยุดวันพระ)
โทร. Dtac 081-533-3529, Ais 093-240-0151, True 096-881-7811
โดยโหร.อดิศร นิตยาจาร (หมอแดง)

vh50 4KBWP3 50 2KB FB3 50 1KB Twitter3 50 1KB line3 50 1KB G+4 50 2KB YouTube 1 RSS WP5 40
patomtip_jpeghttp://wp.me/s1TD9H-1446

Advertisements

ถ้าทุกคนระลึกชาติได้

 
ถ้าทุกคนระลึกชาติได้

         ธรรมดาของคนที่เริ่มฝึกสมาธิแล้วเริ่มจะได้ผล ก็มักเริ่มได้ญาณหยั่งรู้อย่างอ่อนๆเป็นปกติ ถ้ารู้จักรักษาอารมณ์ให้นิ่งนานและรักษาศีลบริสุทธิ์มากก็ได้ผลมากขึ้นยิ่งขึ้นไป รู้อะไรจะรู้ได้เที่ยงตรงกับความเป็นจริง  แต่ถ้าไม่รักษาอารมณ์ให้นิ่งนาน ศีลก็ไม่บริสุทธิ์ก็ได้ผลน้อยลงจากเดิม รู้เห็นอะไรมักไม่เที่ยงตรงผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง ที่เขาเรียกกันว่า “หลงตัวเอง/พญามารเข้าแทรกจิตใจ”  ถ้าไม่มีครูบาอาจารย์ที่รู้จริงคอยตักเตือนแนะนำวิธีแก้ไขปัญหา ก็อาจเป็นอันตรายต่อตัวเองและคนอื่นๆได้
         การระลึกชาติได้ เป็นจุดหนึ่งซึ่งที่ผู้ฝึกปฏิบัติธรรมหลายคนมักเผลอเอาใจมายึดติดมัน  จนสร้างความเดือดร้อนให้กับตนเองและผู้อื่นได้เสมอเห็นกันเป็นปกติ  ผู้ฝึกฝนปฏิบัติธรรมใหม่ต้องระวังโทษของการยึดเหนี่ยวในเรื่องอดีตชาตินี้ไว้โดยไม่รู้จักวิธีพิจารณาปล่อยวาง ผมขอยกตัวอย่างเพียงเล็กน้อยในโทษของการยึดติด พร้อมวิธีแก้ไข/ป้องกันตนเองไม่ให้หลงทาง

         ถ้าคนเราบังเอิญจำได้(หรือมีใครมาบอกว่า)เคยเป็นใครในอดีตชาติ มันก็คงเกิดเรื่องยุ่งๆ และเรื่องดีๆ ได้หลายอย่างดังต่อไปนี้

  1. ทวงทรัพย์สมบัติ/ชาติ/บ้าน/เมือง
             คนที่ตัดโลภไม่ขาดอาจหาหลักฐาน พยานต่างๆมาอ้างสิทธิ์ว่าทรัพย์สินเช่น บ้าน/ที่ดิน/รถยนต์ ฯลฯ ว่าสิ่งนี้เคยเป็นของตนมาก่อนในชาติที่ผ่านแล้วมา หาทางบังคับลูกหลานเหลนโหล่นให้คืนมรดกกลับมาเป็นของตน  หนักหน่อยอาจบอกว่าตัวเองเคยเป็นเจ้าเมืองท่านนั้นท่านนี้ อยากได้ตำแหน่งนั้นคืน แล้วเกณฑ์พลบริวารที่เชื่อถือเหมือนกัน ไปทำในสิ่งที่ไม่สมควรทำต่างๆนาๆ ก่อกรรมทำเข่นสร้างเวรกรรมกันใหม่ๆสดๆร้อนๆ  สังคมก็อาจจะเกิดความวุ่นวายมีความเดือดร้อนจนแผ่นดินลุกเป็นไฟได้
             ยิ่งถ้าตัวเองไม่มีญาณหยั่งรู้ แต่ดันไปเชื่อฟังผู้อื่นที่หลอดลวงหวังผลประโยชน์ส่วนตัว บอกว่าคุณเคยเป็นโน้นนี้มาก่อน…ฯลฯ เรื่องมันจะกลายเป็นว่าหลงทำความผิดไปโดยไม่ทันใช้วิจารณญาณ ตายเมื่อไหร่ต้องตกนรกทันที ระหว่างยังไม่ตายก็ต้องคดีอาญาแผ่นดิน เพราะว่าความไม่รู้จักพอและขาดการไตร่ตรองก่อนจะเชื่ออะไร
  2. ทวงสามี/ภรรยา/ญาติพี่น้อง
             อันนี้ยุ่งเหมือนกัน ถ้าเดินไปพบกันแล้วจำกันได้  สังคมคงวุ่นวายไม่น้อย อาจไปไกลถึงการผิดศีลธรรม แย่งชิงกัน สับสนอลเวง ครอบครัวไม่มีความสงบสุขแน่  
  3. ทวงหนี้สิน/บุญคุณ/ความแค้น/ทวงชีวิต  
             แค่นึกก็พอเห็นภาพความวุ่นวายที่ผู้คนไล่ล่าฆ่าฟันกันทั้งเมือง เลือดนองแผ่นดินแล้ว

         โลกนี้คงวุ่นวาย  มีการฆ่าล้างผลาญกันทุกวัน  โดยอ้างว่ามีความชอบธรรม  เพราะคิดว่าสิ่งที่จำได้นั้นจะเป็นความถูกต้องและชอบธรรมแล้ว  แต่ถ้านักวิปัสสนากรรมฐานสามารถย้อนอดีตได้ไปเรื่อยๆถึงที่สุดบางทีก็อาจจะพบความอัปยศว่า อาจเป็นตัวเองที่เริ่มก่อกรรมทำเข่นกับคนอื่นก่อน  พอมาชาตินี้เขาเอาคืนบ้างก็นึกว่าตัวเองถูกรังแกก่อน
         โบราณจึงสอนไว้ว่า ก่อนฝึกสมาธิ ให้แผ่เมตตาจิตไปทุกทิศ “ขออโหสิกรรมเจ้ากรรมนายเวรทั้งหมด และตั้งจิตไว้ว่าข้าพเจ้าจะไม่ขอจองเวรกับใครอีกต่อไปตั้งแต่บัดนี้ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน” อย่างน้อยเราจะพ้นการเวียนว่ายตายเกิดไปได้ประมาณครึ่งหนึ่ง เพราะไม่ต้องไปเกิดเพื่อคอยดักฆ่าใครอีกต่อไป

         สำหรับผู้ที่ฝึกวิปัสสนากรรมฐาน 40 และได้ผลครบถ้วนสมบูรณ์ดีแล้ว   เรื่องวุ่นวายจากการระลึกชาติได้จะไม่เกิดขึ้น เพราะทราบดีว่าคนเราทุกคนล้วนแล้วแต่เวียนว่ายตาย/เกิดมาหลายชาติ มากมายนับไม่ได้ แต่และคนถ้าให้นับเฉพาะชาติที่เกิดเป็นคน เกิดแล้วตายแล้วนำไปเผาเอาผงเถ้าถ่านมากองไว้ชาติละ 1 กำมือ รวมตั้งแต่ชาติแรกมาถึงชาตินี้จะได้กองเถ้าถ่านสูงเท่าภูเขา ยิ่งรู้มากยิ่งปลงได้ว่า “เราทุกคนที่เกิดมานี้ ย่อมผ่านการเป็น…(ทุกสิ่งทุกอย่าง)… มาแล้วทั้งนั้น” หมายความว่าทุกคนย่อมเคยเป็นตั้งแต่ขอทานยันเจ้าเมือง เคยรวยที่สุด/จนที่สุด เคยเป็นทั้งผู้หญิง/ผู้ชาย/กระเทย สวรรค์ทุกชั้นยันพรหม/นรกทุกขุม โรคภัยไข้เจ็บทั้งหลายที่มีอยู่เราก็เคยเป็นมาแล้วทั้งหมด อาหารทุกอย่างเคยชิมมาหมด สิ่งที่เป็นของทันสมัยไฮเทค(อย่างสมัยนี้)ก็เคยมีเคยใช้มาแล้วทั้งนั้น เครื่องบินหรือคอมพิวเตอร์ในยุคนี้ก็ไม่ใช้เพิ่งมีในยุคนี้ยุคแรกยุคเดียว แต่เป็นเพราะอารยะธรรมทั้งหลายนั้นเมื่อเกิดขึ้นแล้วดับสูญไปเป็นปกติของโลกนี้นั้นเอง
         การพิจารณาสัจจะธรรม และมองเห็นตามความเป็นจริงอย่างนี้ได้เมื่อไหร่ ผู้ฝึกปฏิบัติธรรมก็จะหลุดพ้นจากความหลง เอาตัวรอดไปได้โดยไม่ติดในผลของญาณหยั่งรู้ทั้งหมด วางใจเป็นอุเบกขาได้โดยแท้จริง จะเกิดความมั่นคงในสมาธิและมีความก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ

อดิศร นิตยาจาร (หมอแดง)
โทร. 08-1533-3529

%d bloggers like this: