ศีล 5 : ทำไมทุกคนจึงควรรักษาศีล?

ศีล 5 : ทำไมทุกคนจึงควรรักษาศีล?
Canon 5 : Why should anyone treat the canons?

ธรรมชาติของทุกคนในโลกนี้ ย่อมต้องการความมีอิสระ และความเท่าเทียมกันในทุกๆด้าน ทุกคนชอบเรียกร้องหาประชาธิปไตย แต่ในความเป็นจริง…คนที่เรียกร้องหาอธิปไตยกลับทำในสิ่งตรงกันข้ามกับที่ตัวเองเรียกร้อง

ธรรมชาติของทุกคนคือชอบเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นๆ พยายามพัฒนาตัวเองให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม (แปลว่าถ้าจัดให้ไปอยู่ในป่าดงดิบเพียงคนเดียว คนนั้นจะไม่พัฒนาตนเองเลย) ทุกคนย่อมทำทุกอย่างเพื่อให้ชีวิตของตนเองดีขึ้น ปลอดภัยขึ้น ข้อเสียของคนคือมีเป้าหมายจะพัฒนาตนเองไปถึงจุดที่สามารถยืนอยู่เหนือกว่าทุกคน สูงกว่าคนทุกคน พยายามอยู่เหนือกฏหมาย พยายามอยู่เหนือศีลธรรม พยายามอยู่เหนือกฏแห่งกรรม นี่เป็นธรรมชาติดิบเถื่อนที่มีอยู่ในจิตใจโดยไม่ต้องมีใครสอนก็คิดเองได้ (ก่อนที่จะมีใครสักคน มาบอกความจริง ว่ายังมีทางอื่นที่ดีกว่า ที่ท่านสามารถอยู่ในโลกนี้ได้โดยไม่ต้องเหยียบบนกระบานหัวคนอื่นๆเพื่อไต่ขึ้นไปหาที่สูงกว่า ไม่ต้องรบราฆ่าฟันกับใคร อยู่อย่างไรจึงจะมีสันติสุข สันติสุขคืออะไร แก้ไขจิตใจที่ตรงไหนบ้าง ทำอย่างไรจึงจะมีสันติสุขตลอดไป)

เหตุที่ทุกคนกระทำอย่างนั้น เพราะทำตามสัญชาติญาณปกป้องตัวเอง เหมือนสัตว์ทั่วไป และเป็นเพราะทุกคนเคยมีประสบการณ์ เคยถูกคนอื่นกดขี่ข่มเหงรังแกกลั่นแกล้งเกเรพ่ายแพ้ ทุกคนสะสมความแค้นเอาไว้มากมาย จึงพยายามจะปรับเปลี่ยนชีวิตของตนเองให้เกิดมีพลังอำนาจบางอย่างเพื่อนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาชีวิต ใช้ในการต่อรอง สร้างอำนาจความมั่นคงให้ตนเองมากขึ้น ทั้งในด้านชีวิตส่วนตัว หน้าที่การงาน การเงิน ทรัพย์สิน สุขภาพ ฯลฯ ปกป้องทุกคนในครอบครัวของตนเอง บางคนพัฒนาก้างล้ำไปถึงปกป้องสังคม ปกป้องประเทศชาติ ปกป้องโลกเลยก็มี

ความกลัว+สมอง ใช้ความคิดหาทางแก้ไขปัญหานี่แหละ ที่เป็นต้นเหตุสำคัญ ที่ทำให้มนุษย์ริเริ่มคิดค้นผลิตอาวุธประจำตัว เพื่อใช้ป้องกันภัยอันตรายทั้งหลาย ไม่ให้เข้ามาทำอันตรายตัวเองและสมาชิกในครอบครัว พัฒนาไปถึงสร้างอาวุธร้ายแรงเพื่อปกป้องสังคม-เมือง-ประเทศชาติ-โลก  แล้วพัฒนาต่อยอดล่วงเลยเตลิดคิดไปถึงการสร้างอาวุธใหญ่ร้ายแรงเพื่อทำลายล้างศัตรูได้ที่ละหลายๆคน หรือทั้งหมดเลยเพียงแค่กดปุ่มเดียว หรือพูดออกคำสั่งเพียงคำเดียวคนที่ร่วมอุดมการณ์ระดับล่างๆลงมาก็ยอมเสียสละชีวิตพลีชีพเพื่อข่มขวัญและทำลายศัตรู (คำพูดถือเป็นอาวุธร้ายแรงอย่างหนึ่ง)

ทั้งหมดนี้คือความแค้น และการแก้แค้น (ที่เกินความจำเป็น) และพลาดพลั่งไปก่อเหตุที่เกินเลย พลาดไปกระทบกับผู้บริสุทธิ์ที่ไม่ใช่ศัตรู ไม่ใช่คู่กรณี แล้วก่อให้เกิดความแค้นในวงกว้างขึ้น ลุกลาม บานปลาย ใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ โต้ตอบกันไป โต้ตอบกันมา หาที่สิ้นสุดความแค้นไม่ได้ มีแต่จะก่อให้เกิดแค้นมากขึ้นทั้งสองฝ่าย ดูจากข่าวในบ้าน-เมือง-ทั่วโลก ก็จะเห็นว่าเป็นเช่นนี้จริงๆ เหมือนกันหมด

การแก้แค้นเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาต่อเนื่อง วนเวียน เป็นวัฏฏะสงสาร เป็นการเกิดมาเพื่อฆ่ากันเอง เพราะเคยอาฆาตแค้นกันมา (การเกิดมาเพื่อเข่นฆ่ากัน ถือว่าเสีียชาติเกิดไปอีกหนึ่งชาติ แทนที่จะเกิดมาเพื่อสร้างบุญสะสมความดีงาม หาความสงบสุขไม่ได้ไปตลอดชีวิต เพราะเลือกวิธีแก้ไขปัญหาผิดวิธี)

พระพุทธเจ้าท่านมองเห็นสิ่งเหล่านี้ พิจารณาตามความเป็นจริง ตั้งแต่ก่อนออกบวช ท่านมีความเมตตาสูง  จึงค้นหาวิธีให้คนเลิกทะเลาะกัน เลิกอก่อสงครามเข่นฆ่ากัน ในที่สุดท่านก็พบว่า การให้อภัยเป็นทาน หยุดยั้งการจองเวรได้จริง และทำให้เกิดสันติสุขได้จริง ต้องมีสักฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่าย ที่ยอมให้อภัยเป็นทาน เลิกจองเวรซึ่งกันและกัน วัฏฏะนั้นจึงจบสิ้นไปได้จริงๆ (เหมือนเมืองไทยกับเมืองพม่า ถ้าเมืองพม่าไม่ถูกยึดครองโดยอังกฤษ วันนี้เมืองไทยอาจยังคงรบกับเมืองพม่าเหมือนสมัยโบราณ ไม่มีใครยอมใคร รบกันด้วยต้นเหตุเรื่องอะไรไม่มีใครรู้ รู้แต่ถ้าหัวหน้าสั่งให้รบ ทหารก็ต้องรบ ฆ่ากันทั้งที่ไม่รู้จักหน้ากันเลย ไม่เคยมีเหตุให้ฆ่า แต่ต้องทำเพราะหน้าที่)

แต่ใครละ ที่จะฝ่ายยอมเสียเปรียบ ใครจะเป็นฝ่ายเสียสละ ยอมให้อภัยเป็นทาน ไม่คิดจองเวรอีกต่อไป คำตอบคือตัวท่านเองไง ท่านบังคับคนอื่นไม่ได้ แต่บังคับตนเองได้ แก้ไขที่ตัวเองง่ายที่สุด เป็นไปได้ที่สุด สำเร็จแน่นอนถ้าตัดสินใจแล้วทำจริงๆ  ไม่มีประโยชน์จะไปค้นคว้าหาข้อมูลในอดีตที่ผ่านมาแล้วว่า “ใครทำผิดก่อน” แค่หยุดจองเวรที่ตัวเราเอง กรรมทั้งหลายที่ทำกับคู่กรรมคนนั้นมาก็จะสิ้นสุดลงไปทันที (ยังเหลือกรรมที่ทำกับคนอื่นอีกเยอะเลย  ค่อยแก้ไขตามกรรม ตามโอกาส ตามวาระ ตามความเหมาะสม ตามกำลังใจในขณะนั้น ถ้ากำลังไม่ถึง ทำปลอมๆ จะไม่ได้ผลอะไร)

ถ้าท่านเข้าใจข้อความข้างบนนี้ แสดงว่าท่านมีปัญญา สามารถมองเห็นทางออกได้จริงอย่างทะลุแจ้งแทงตลอด ถ้าจะให้เข้าใจง่าย บางทีท่านต้องไปเดินบุกป่าเข้าไปในป่าดงดิบเหมือนพระเดินธุดงค์ ป่าที่มากไปด้วยงูพิษและเสือสัตว์ร้ายมากมาย ที่สามารถทำอันตรายท่านได้ตลอดเวลา  พระท่านต้องถือศีล 227 โดยบริสุทธิ์และมั่นคงแล้ว ต้องทำบุญสะสมบารมีมากมาย จึงจะเกิดความมั่นใจ เดินธุดงค์ได้ พระธุดงค์มีกิจสำคัญที่ต้องแผ่เมตตาบุญบารมีตนเองออกไปโดยรอบ แผ่เมตตาให้สัตว์และเทวดาทั้งหลาย รับรู้ว่าท่านมีความจำเป็น จะขออนุญาติเดินทางผ่านป่านี้ ขอให้สัตว์และเทวดาทั้งหลายอย่าทำอันตราย ขอให้เดินทางและพักพิงได้อย่างสะดวกปลอดภัย (ถ้าถือศีลปลอมเสร็จทุกราย)

ต่อไปนี้คืออานิสงค์ ผลของบุญ สำหรับท่านตัดสินใจจะถือศีล 5 ไปตลอดชีวิต (หลักศาสนาพุทธ-เส้นทางสายพระนิพพาน-อารมณ์พระโสดาบัน)

  1. เป็นคนไม่มีศัตรู จึงอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน….ไม่ค่อยเจ็บไข้ได้ป่วย ไม่เป็นโรคร้าย ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ…..เมื่อท่านไม่เคยฆ่าใคร ไม่เคยทำอันตรายใคร ก็ไม่มีเหตุให้ใครคิดมาฆ่าหรือทำอันตรายท่าน (จริงไหม…ยกเว้นมีกรรมเก่าจรมา กรรมที่ท่านเคยทำมาแต่ชาติก่อน ตามมาสนองทันพอดี ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น ท่านก็ไม่ควรโต้ตอบ ไม่ควรแก้แค้น ไม่คิดอาฆาตพยาบาทจองเวร เพื่อจะได้ไม่ต้องไปเกิดใหม่ ดักรอคอยหาโอกาสฆ่าหรือทำอันตรายเขาในชาตินี้-ชาตหน้า เป็นวัฏฏะ-คือการอาฆาต ไปเกิดเพื่อดักรอแก้แค้นกลับคืน สลับกันไป สลับมา อย่างนี้ไม่มีที่สิ้นสุด)
  2. ชีิวิตจะมีความราบรื่นตามฐานะ ตามสมควร….ศีล 5 นั้นมีความหมายครอบคลุมกฏหมายทุกชาติภาษาในโลกนี้….ใครอยู่ในศีล 5 มั่นใจได้เลยว่าท่านจะไม่ทำผิดกฏหมายใดๆในโลกนี้อย่างแน่นอนที่สุด ชีวิตที่ไม่ทำผิดกฏหมายศีลธรรม ย่อมเป็นชีวิตที่ดี ไม่ต้องหนีตำรวจหรือหนีกฏหมายเข้าป่าเขาลี้ภัย คนอยู่ในศีล 5 อิสระสูงสุด จะเดินทางไปไหนใกล้ไกลเข้าสังคมใดก็ไม่มีใครรังเกียจ ไม่มีใครนินทาว่าร้าย
  3. เป็นคนมีเสนห์ ….มีเมตตามหานิยม จะพูดคุย จะเดินทางไปไหน ก็มีแต่คนรักใคร่นับถือ ไม่มีคนรังเกียจ (ยกเว้นคนนินทามีบ้าง-เป็นเรื่องปกติ)
  4. เป็นก้าวแรกที่จะเดินทางไปสู่ความพ้นทุกข์ทั้งปวง…พระวิสุทธิสรรค (เส้นทางสายพระนิพพาน) กล่าวไว้ว่า ให้พิจารณาและยึดหลักปฏิบัติใน “ศีล-สมาธิ-ปัญญา” ให้พร้อมถึงความบริสุทธิ์ เพื่อให้เข้าถึงซึ่งพระนิพพานฯ ผู้ที่ตัดสินใจรับปฏิปทานี้ จะต้องเริ่มจากศีล 5 มรรคผลขั้นต้นคือจะได้เป็น “พระโสดาบัน” ขึ้นไป จะมีเทวดาอารักษ์คอยปกป้องคุ้มครองไปตลอดชีวิตจนกว่าจะเข้าสู่พระนิพพาน ศีลที่บริสุทธิ์ เป็นเหตุให้ได้สมาธิบริสุทธิ์ (ญาณหยั่งรู้ตามความเป็นจริง) และเกิดปัญญาญาณอันบริสุทธิ์ (สามารถตัดกิเลสได้ง่าย ตัดกิเลสบ่อยๆจะไม่เหลือเชื้อ) พ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้จริง เรื่องนี้ต้องลองปฏิบัติเอาเอง เชิญทุกคนพิสูจน์ก่อนจะวิจารณ์ใดๆ แต่ต้องตั้งค่าไว้ที่รักษาศีล 5 ตลอดชีวิต และทำได้ตลอดชีวิตจริงๆ ถ้าทำปลอมๆจะไม่ได้ผลดังกล่าว
  5. ตราบใดที่ยังไม่ตายไป วิถีชีวิตจะอยู่เหนือดวงชะตาเดิม สามารถบริหารจัดการให้เป็นไปอย่างไรก็ได้ ตามต้องการ (ทดลองทำตามเอกสาร 971)

ท่านใดสงสัยโปรดอย่าด่วนหมิ่นประมาท อย่าด่วนปรามาสคำแนะนำนี้ ขอให้ลองปฏิบัติก่อนจะได้ผลง่ายชัดเจน ถ้าปรามาสก่อนลองปฏิบัติจะไม่ได้ผลชัดเจน ใครที่โมโหว่าทำดีแล้วไม่ได้ดี เหตุเพราะเคยปรามาสคนอื่นไว้มาก่อน กรรรมจึงตามสนองคืน

……………………………………….

บริการดูดวงทางโทรศัพท์ vb45(คลิกอ่านรายละเอียด)
บริการดูดวงทางโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ท
ค่าบริการ 500 บาท/ดวง/5 คำถาม/ชั่วโมง (หรือคำถามละ 100 บาท)
ใช้วิชา : เลข7ตัว9ฐาน+ไพ่ยิปซี+สัมผัสที่หก
โอนเงินล่วงหน้าเข้า ธ.กสิกรไทย 233-228-6407
ในนาม อดิศร นิตยาจาร Adisorn Nittayajarn
ให้บริการในเวลา 09.00 น.-21.00 น.
โทร. Dtac 081-533-3529, Ais 093-240-0151, True 096-881-7811
โดยโหร.อดิศร นิตยาจาร (หมอแดง)

vh50 4KBWP3 50 2KB FB3 50 1KB Twitter3 50 1KB line3 50 1KB G+4 50 2KB YouTube 1 RSS WP5 40
patomtip_jpegศีล 5 : ทำไมทุกคนจึงควรรักษาศีล?
Canon 5 : Why should anyone treat the canons?
http://wp.me/p1TD9H-4dO

ทำบุญแล้วใบหน้าสวยสดใส

ทำบุญแล้วใบหน้าสวยสดใส

ลูกค้าหลายคน บอกต่อกันมาว่า ทำบุญสูตรหมอแดงแล้ว นอกจากจะแก้ไขปัญหาชีวิตได้ ร่ำรวย ใบหน้าก็สดใสมากขึ้น

  • เรื่องนี้เป็นความจริง สามารถสังเกตุเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ ชัดเจน
  • ไม่ต้องซื้อครีมหน้าเด้งราคาแพงมาทาหน้า
  • อันที่จริง ผิวพรรณทั้งตัวก็ควรจะสว่างขึ้น ใครเห็นก็รู้สึกได้ ทักทาย ถามถึงวิธีการทำให้หน้าใส
  • อันนี้เป็นของแถม ที่หมอแดงยังไม่ได้พิมพ์บอกไว้ในเอกสาร 971 เพราะเนื้อที่กระดาษ A4 มีจำกัด ไม่มากพอจะเขียนบอกสรรพคุณทั้งหมด ขอให้ลูกค้าสังเกตุเอาเองนะครับ

………………………………….

บริการดูดวงทางโทรศัพท์ vb45(คลิกอ่านรายละเอียด)
บริการดูดวงทางโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ท
ค่าบริการ 500 บาท/ดวง/5 คำถาม/ชั่วโมง (โปรโมชั่น : คำถามละ 100 บาท)
ใช้วิชา : เลข7ตัว9ฐาน+ไพ่ยิปซี+สัมผัสที่หก
โอนเงินล่วงหน้าเข้า ธ.กสิกรไทย 233-228-6407
ในนาม อดิศร นิตยาจาร Adisorn Nittayajarn
ให้บริการในเวลา 08.00 น.-20.00 น. (หยุดวันพระ)
โทร. Dtac 081-533-3529, Ais 093-240-0151, True 096-881-7811
โดยโหร.อดิศร นิตยาจาร (หมอแดง)

vh50 4KBWP3 50 2KB FB3 50 1KB Twitter3 50 1KB line3 50 1KB G+4 50 2KB YouTube 1 RSS WP5 40
patomtip_jpeghttp://wp.me/p1TD9H-49y

%d bloggers like this: