ต้นเหตุที่ทำให้ทุกคนเกิดความทุกข์และความสุข และวิธีการดับทุกข์

ldf84

ต้นเหตุที่ทำให้ทุกคนเกิดความทุกข์และความสุข  และวิธีการดับทุกข์
Misery
VS Happiness

ต้นเหตุที่ทำให้ทุกคนเกิดความทุกข์

สำหรับผู้เต็มไปด้วยกิเลสตัญหาอุปาทาน ยังไม่เคยขัดเกลาจิตใจ ยังไม่เกิดปัญญา ยังไม่เห็นภัยของกิเลส ยังไม่ละกิเลส ไม่ว่าเขาจะมีทรัพย์สินมากหรือน้อยเพียงใด จิตใจก็จะมีแต่ความทุกข์ โหยหาแต่เงินทอง คิดแต่หาหนทางกอบโกย สะสมทรัพย์สินสมบัติมาไว้กับตัวเองให้มากที่สุด ตลอดเวลา ไม่มีวันหยุดพัก ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักเพียงพอกิเลสทำให้เกิดความต้องการที่ไม่สิ้นสุด
ในธรรมชาติปกติของคน แม้นพากเพียรหาทรัพย์สินมาได้แล้วมากมาย แต่ถ้าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นที่รวยกว่า กิเลสตัญหาอุปทานจะทำให้เกิดความรู้สึกอิจฉาริษยา หลอกหลอนให้ตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองยังมีน้อยไปกว่าคนอื่น เป็นความทุกข์ที่เกิดจากความไม่พอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่แล้ว
กิเลสย่อมล่อลวงคนเหล่านี้ ไปคิด-พูด-กระทำทุกอย่าง เพื่อให้ได้ทรัพย์สินมาเพิ่มเติม แม้นในทางลัด ที่ผิดศีลธรรมและผิดกฏหมายก็ยอม นี่เป็นเรื่องปกติธรรมชาติของคนที่ยังไม่ขัดเกลากิเลส กิเลสปิดบังปัญญา ทำให้มองไม่เห็นความสุข ที่ตนเองมีทรัพย์สินมากมายเกินปกติธรรมดาคนทั่วไป

ต้นเหตุที่ทำให้ทุกคนเกิดความสุข

     ผู้ใดพึงพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่แล้ว จะมีความสุขได้ตามอัตภาพ จะมีมากหรือน้อยเพียงใดก็มีความสุขได้ ความสุขที่แท้จริงไม่ได้วัดที่การมีเงินทองมากมาย แต่วัดที่มีความสงบมากน้อนเพียงใด
      ผู้ศึกษาและปฏิบัติธรรม เป็นผู้หมั่นขัดเกลากิเลสออกไปจากจิตใจของตนเอง ย่อมเหลือกิเลสน้อยกว่าคนทั่วไป ย่อมรู้จักกิเลสว่ามันเกิดและดับได้อย่างไร รู้เท่าทันเมื่อกิเลสตัญหาอุปทานปรากฏขึ้นมา  จิตใจที่ถูกฝึกมาอย่างดีแล้ว ย่อมมีพลังอำนาจที่แข็งแกร่งอยู่เหนืออำนาจกิเลสตัณหาอุปทาน ย่อมมีปัญญาสามารถมองเห็นอนาคตอันยาวไกลของตนเองและผู้อื่น ย่อมมองเห็นภัยของวัฏฏะสงสารว่า ถ้าใครพลาดพลั้งทำผิดศีล 5 ตายไปจะตกนรกยาวนานอย่างแน่นอน ยิ่งถ้าเคยนั่งสมาธิกระทั้งสามารถหยั่งรู้เห็นชัดเจนว่านรกมีอยู่จริง ย่อมบังเกิดมีหิริ-โอตตัปปะ (conscience) คือละอายความชั่ว เกรงกลัวการทำบาป หมั่นตั้งสติคอยตักเตือนตัวเองไว้ตลอดเวลา ไม่ให้หลงลืมตัวไปทำบาปกรรมใดๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องไปตกนรกหลังความตาย
การพึงพอใจในทรัพย์สินของตนเอง ไม่ว่าจะมีทรัพย์สินมากหรือน้อยเพียงใด จิตใจก็มีแต่ความ “ความสงบเยือกเย็นเป็นสุข” ความสุขสงบที่ห่างไกลจากกิเลสนี้ คือสงบและสุขที่แท้จริง

 

วิธีการดับทุกข์

     ในวิถีชีวิตแบบ “ชาวพุทธ” โดยเฉพาะเหล่าพระอริยะเจ้าและบุคคลผู้มั่นคงใน “ศีล-สมาธิ-ปัญญา” แล้ว จะใช้

  1. “สติ” ในการควบคุมศีลให้เกิดความบริสุทธิ์ 
  2. “หิริ+โอตตัปปะ+พรหมวิหาร 4” ในการควบคุมศีลให้มั่นคงอยู่ได้ตลอดชีวิต 
  3. “ศีลอันบริสุทธิ์และมั่นคงได้ตลอดชีวิต”  จะเป็นต้นเหตุและปัจจัยให้เกิด “สมาธิอันบริสุทธิ์” 
  4. “สมาธิอันบริสุทธิ์” จะเป็นต้นเหตุและปัจจัยให้เกิด “ญาณหยั่งรู้อันบริสุทธิ์” 
  5. “ญาณหยั่งรู้อันบริสุทธิ์” จะเป็นต้นเหตุและปัจจัยให้เกิด “ปัญญาอันบริสุทธิ”
  6. “ปัญญาอันบริสุทธิ” จะเป็นต้นเหตุและปัจจัยให้ตัดกิเลสได้หมดสิ้นไปโดยไม่เหลือ หยั่งถึงและเข้าสู่พระนิพพานได้ในที่สุด

    การประคับประคองตนเองให้มีสติและปัญญาได้ทั้งวัน ทุกวัน เป็นพื้นฐานสำคัญแรกสุด เพราะสติใช้ตรวจสอบตนเองได้ รู้เท่าทันจิตใจและกิเลสของตัวเองได้ ตราบใดที่ไม่สำเร็จอรหันต์ แม้นมีกิเลสตัญหาอุปทานกำเริบขึ้นมาบ้าง ในบางครั้งคราว แต่ก็สติจะดึงหน่วงรั้งจิตใจไว้ ไม่ให้ผู้ปฏิบัติธรรมหลงทางไปทำความผิดกฏหมายศีลธรรม ผู้แฏิบัติธรรมจึงมีปัญหาน้อย ทุกข์น้อย ถึงมีทุกข์ทางกายใจบ้างก็ทุกข์ไม่นาน เพราะมีภูมิปัญญาสูง สามารถเรียนรู้วิธีแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องไปถามใคร    

     แม้นชีวิตของทุกคนยังจำเป็นต้องขยันทำงานหาเงินยังชีพให้กับตนเองและครอบครัว แต่เราก็สามารถเลือกวิถีชีวิตของตนเองได้ ถ้าต้องการชีวิตที่มีปัญหาน้อย ก็ต้องเลือกชีวิตที่เรียบง่าย เลือกทำแต่อาชีพที่สุจริตไม่ผิดกฏหมายศีลธรรมอันดีงาม ไม่คดโกงใคร ไม่แอบเบียดบังผลประโยชน์ของคนอื่นมาเป็นของตนเอง ทำงานเต็มกำลังความสามารถ ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด และพอใจกับผลของงานของตนเอง

     ท่านทั้งหลายที่กำลังมีทุกข์ ที่เกิดจากภัยของกิเลสในตนเอง จงลองคิดพิจารณาตามความเป็นจริงนี้ แล้วลองเลือกวิถีชีวิตที่ดีที่สุดให้ตนเองเถอด แล้วจะพ้นจากภัยของกิเลสอุปทานทั้งหลายไปได้ ชีวิตที่สงบสุขจะกลับคืนมาอีกครั้ง

เขียนโดย ๙[:-){_/|_|B พระนิพพานnirvana @Nirvana.AND 603721839689536

คิวอาร์โค้ดบทความนี้
https://wp.me/p1TD9H-4uc
ต้นเหตุใหญ่ที่ทำให้ทุกคนเกิดความทุกข์และความสุข
Misery VS Happiness

……………………………………….

ป.ล. ผู้อ่านที่ต้องการโอนเงินมาให้กำลังใจแก่ผู้เขียน โปรดใส่เศษ 9 บาท (ที่หลักหน่วย) ให้หมอแดงทราบว่าเป็นเงินกำนัล สำหรับให้เป็นกำลังใจให้กับผู้เขียน ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจนะครับ

วิธีใช้บริการดูดวงทางโทรศัพท์กับหมอแดง : บริการตรวจดวงชะตาทางโทรศัพท์ (และทางอินเตอร์เน็ต) พยากรณ์จากวิชา : เลข7ตัว9ฐาน + ไพ่ยิปซี + สัมผัสที่หก  ค่าบริการ 500 บาท/ดวง/5 คำถาม/ชั่วโมง (คำถามละ 100 บาท)  โอนเงินล่วงหน้าเข้า ธนาคารกสิกรไทย-ออมทรัพย์ 233-228-6407 ในนาม อดิศร นิตยาจาร  Adisorn Nittayajarn ติดต่อสอบถามและจองคิวดูดวง โทร. 081-533-3529 ในเวลา 08.00 น.-20.00 น.  (สนง.ปฐมทิพย์ Dtac. 088-059-3992, Ais. 093-240-0151, True. 096-881-7811)

รับบทความที่โพสต์ใหม่ล่าสุดทางอีเมล์ (ฟรี) : ท่านใดต้องการให้หมอแดงส่งบทความใหม่ล่าสุดไปให้อ่านทางอีเมล์-ฟรี…..มองดูที่ด้านขวามือของเว็บไซต์นี้ คอลัมภ์ที่ 2 หัวข้อชื่อ “ติดตามทางอีเมล์ (ฟรี)” Follow Blog via Email (Free)”  กดปุ่ม “ติดตาม” Follow สำหรับท่านที่ลงทะเบียนกับ WordPress.com แล้ว / กรอกอีเมล์ของท่านลงในช่องว่างด้านล่าง สำหรับบุคคลทั่วไป

ให้กำลังใจ : เมื่อท่านอ่านบทความนี้แล้ว โปรดให้คะแนนความนิยม (Rate this 1-5 ดาว)   และแชร์บทความนี้ส่งต่อไปให้กับเพื่อนๆของท่าน ที่ยังไม่รู้จักเว็บเพจนี้ด้วยครับ

เอกสาร 954 .jpg คลิกที่นี่เพื่อเปิดเอกสาร

vh50 4KBWP3 50 2KBFB3 50 1KBTwitter3 50 1KBline3 50 1KBG+4 50 2KBYouTube 1RSS WP5 40
patomtip 1

……………………………………….

Advertisements

ความสุขอยู่ที่ไหน?

ความสุขสงบ
Happy peace

  • ชีวิตที่มีความสุขสงบ เป็นรูปแบบของคนที่มีนิสัยมักน้อย สันโดษ ปลีกวิเวก ไม่วุ่นวายกับใคร ใช้ชีวิตเรียบง่ายสบายๆ ไม่ฟุ่มเฟือย ขยันทำงานหาเงิน ถึงเริ่มต้นจากคนจน แต่จะร่ำรวยในที่สุด รวยก็ไม่มีใครรู้ เพราะไม่ได้บอกใคร ใช้ชีวิตตามปกติเหมือนเดิม ความสุขที่แท้จริงต้องได้มาจากความสงบ สงบจากกิเลสตัญหาอุปทานทั้งปวง จะเป็นคนรวยหรือยากจนก็มีความสุขได้ ถ้าพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่แล้ว จะอยู่ที่ใดก็มีความสุข
  • ชีวิตที่ขาดความสุขสงบ เป็นรูปแบบของคนที่มีนิสัยมักมาก ไม่รู้จักความพอดี มีความต้องการอยากได้อยากเป็นแบบไม่สิ้นสุด (แบบคนวันอาทิตย์) ถึงจะร่ำรวยมากเพียงใด ก็รู้สึกว่าตนเองยากจน (กว่าคนที่รวยกว่า) ชอบเข้าสังคม อ่านข่าวสารและติดต่อสื่อสารไปทั้งวันโดยไม่ได้สาระอะไร เห็นอะไรก็อยากได้ไปหมด รู้สึกว่าตนเองยังขาดสิ่งนั้นสิ่งนี้ไปตามกิเลสตัญหาอุปทานชักนำ ชีวิตจึงมีแต่ความร้อนรนกระวนกระวาย เหมือนวิ่งแข่งขันกับคนอื่นไปเรื่อยๆโดยไม่มีเส้นชัย อิจฉาตาร้อนเมื่อเห็นคนอื่นทำได้ดีกว่า คนอื่นมีความสุขมากกว่า ไม่พิจารณาว่าตนเองก็รวยแล้ว กินใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด แต่ก็ต้องการมีทรัพย์สินเงินทองมากกว่าเดิม อยากอยู่เหนือคนทั้งโลก (เป็นโรคจิตประเภทหนึ่ง อยากครอบครองโลก) พอเพลอใจไปทำผิด ไปกีกกันคดโกงทรัพย์สินเงินทองของญาติพี่น้อง-บ้าน-เมือง กว่าสติจะมา ก็ทำผิดกฏหมาย-ศีลธรรมไปแล้ว  เพราะไม่มีใครช่วยห้ามปราม หลงพอกพูนกิเลสของตนเองไว้มานาน กระทั้งล้นออกมาให้คนอื่นเห็น สุดท้ายไปจบตรงที่ไม่เหลือศักดิ์ศรีอะไรเลย ต้องหลบซ่อนตัว อับอายสังคม ไม่มีใครอยากคบหาพูดคุยด้วย ไม่มีความสุข
  • ทางแก้ไขไม่ยากเลย แค่ยอมรับกับตัวเองว่าตัวเองหลงทำผิดไปแล้ว จัดการคืนทรัพย์สินเงินทองที่ตนเคยกีดกันลักขโมยคดโกงจากญาติพี่น้องเพื่อนฝูงบ้านเมืองไปแล้วมาคืนเจ้าของเดิม โทษทั้งหลายก็จะเบาบางลง หรือหมดไป ศักดิ์ศรีก็คืนมา สังคมไทย เป็นสังคมชาวพุทธ พร้อมจะให้อภัยคนที่กลับตัวกลับใจได้เสมอ

………………………………….

บริการดูดวงทางโทรศัพท์ vb45(คลิกอ่านรายละเอียด)
บริการดูดวงทางโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ท
ค่าบริการ 500 บาท/ดวง/5 คำถาม/ชั่วโมง (โปรโมชั่น : คำถามละ 100 บาท)
ใช้วิชา : เลข7ตัว9ฐาน+ไพ่ยิปซี+สัมผัสที่หก
โอนเงินล่วงหน้าเข้า ธ.กสิกรไทย 233-228-6407
ในนาม อดิศร นิตยาจาร Adisorn Nittayajarn
ให้บริการในเวลา 08.00 น.-20.00 น. (หยุดวันพระ)
โทร. Dtac 081-533-3529, Ais 093-240-0151, True 096-881-7811
โดยโหร.อดิศร นิตยาจาร (หมอแดง)

vh50 4KBWP3 50 2KB FB3 50 1KB Twitter3 50 1KB line3 50 1KB G+4 50 2KB YouTube 1 RSS WP5 40
patomtip_jpeg

http://wp.me/p1TD9H-49k

วันนี้เป็นวันดี

20170224_001207_android

วันนี้เป็นวันดี
Today is a good day.

อา. 5 มีนาคม 2560…….วันนี้เป็นวันดี.

     วันนี้เป็นวันฤกษ์งามยามดี ฤกษ์อย่างนี้เป็นมหามงคลอย่างยิ่ง เหมาะสำหรับเริ่มต้นชีวิตใหม่ ริเริ่มทำการค้าใดจะค้าขายเจริญรุ่งเรือง เหมาะจะขยายกิจการสาขา ปรับปรุงต่อเติมชีวิตและหน้าที่การงานให้มีความก้าวหน้าและมั่นคง ควรพาสมาชิกทุกคนในครอบครัวไปเที่ยวใกล้ไกล ให้เกิดความรักความอบอุ่น เป็นหน้าที่ของหัวหน้าครอบครัวที่ดี
ถ้าผู้ใดปฏิบัติธรรมในวันนี้ จะมีความก้าวหน้าเป็นพิเศษ…ผู้ใดอยากมีความสุขมาก ทุกข์น้อย ให้พิจารณาวิปัสสนาพระกรรมฐาน 40 ในหมวด “ร่างกาย” ดังต่อไปนี้ :

  1. “ร่างกาย” ของเราและของทุกคน ประกอบด้วยธาตุ 4 ดิน-น้ำ-ลม-ไฟ มีอาการเกิด-แก่-เจ็บ-เสื่อมคลาย-ตายไป นี่เป็นเรื่องปกติธรรมดา ไม่มีใครหนีพ้นไปได้ การยอมรับความจริงนี้ จะทำให้มีสติ ไม่ประมาทในความตาย มั่นคงในศีล-ธรรมไม่เสื่อมคลาย เป็นเหตุให้เกิดปัญญา มองเห็นสัจธรรม-คือทุกอย่างตามความจริง เห็นหนทางพ้นจากทุกข์ทั้งปวง
  2. “จิตใจ” เป็นวิญญาณ สามารถรับสัมผัสและความรู้สึกทั้งปวงได้ “เป็นพลังงานอย่างหนึ่ง” ที่สิงสถิตย์อาศัยอยู่ในร่างกายเพียงชั่วคราว เมื่อร่างกายหมดอายุไขตายไป จิตวิญญาณก็หาที่อยู่ใหม่ วนเวียนว่ายตายเกิดในชาติภพ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ด้วยแรงรักเกียจริษยาอาฆาต ด้วยเจตนาของตนเอง ที่หลงไปยึดเหนี่ยวรั้งผูกพันห่วงใยในลูกหลานและทรัพย์สินทั้งปวง
  3. “ทรัพย์สิน” เป็นเพียงวัตถุธาตุ ที่ประกอบด้วยธาตุ 4 เหมือนกับร่างกาย เมื่อกาลเวลาผ่านไปนานๆ ล้วนต้องแปรเปลี่ยนและเสื่อมสลายตัวแตกดับไปในที่สุด
    แม้นกระทั้ง “เพชร” ที่นับว่าเป็นทรัพย์สินที่มีราคาแพงสูงสุด ดั้งเดิมของเพชร ก็คือซากพืชซากสัตว์ที่ทับถมและถูกแรงกดบีบอัดของพื้นผิวโลก ทำให้ค่อยๆแปรเปลี่ยนกลายสภาพไปเป็นเพชร ในที่สุด การเปลี่ยนแปลงเป็นปกติของโลกนี้
    วัตถุธาตุทั้งหลาย สภาพแท้จริงเป็นสิ่งที่ว่างเปล่า แม้นนักวิทยาศาสตร์เองก็ยังยืนยันว่าเป็นเช่นนั้น เมื่อใช้กล้องอิเล็คตรอนและเครื่องมือใดๆไปส่องดูหารูปร่างที่แท้จริงของวัตถุธาตุทั้งหมด ก็จะพบว่า องค์ประกอบที่เล็กที่สุด ก็คือ อิเล็กตรอน+โปรตรอน+นิวตรอน ซึ่งมีสภาพจริงเป็นเพียง “พลังงาน” วิ่งพล่านๆไปมา ไม่หยุดนิ่ง ไม่มีใครเห็นรูปร่างที่แท้จริง แต่วัดค่าเป็นพลังงานได้ สรุปว่า ทุกสิ่งที่เราเห็น เป็นเพียงแสงสีเสียงที่สะท้อนเข้าตาเข้าหู ที่เราสามารถสัมผสจับต้องได้ ก็เพราะมือของเราและวัตถุธาตุทั้งหลาย ต่างก็มีพลังงานแม่เหล็ก ที่ดูด+ผลักดันไว้ในเวลาเดียวกัน จึงรู้สึกถึงสัมผัสนั้นได้ จับต้องได้ สิ่งที่สัมผัสคือ “พลังงานกับพลังงาน” ที่เป็นสิ่งว่างเปล่าทั้งคู่ ไม่มีตัวตนเป็นชิ้นเหมือนที่ตามองเห็น ทรัพย์สินของมีค่าทั้งหลายในโลกนี้ จึงเป็นเพียงพลังงานเท่านั้น เป็นพลังงานว่างเปล่าที่ทุกคนเข้าใจผิด หลงใหลในสมมุติ ต้องการมาไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้ล่วงรู้ซึ้งถึงความเป็นจริงที่ซ่อนอยู่
  4. “ความตาย” ให้พิจารณาต่อไปอีกว่า เมื่อทุกคนตายไปแล้ว ทุกคนต้องทิ้งทรัพย์สิน (อันว่างเปล่า) นี้ไปทั้งหมด ทิ้งไว้ให้ลูกหลานยึดถือครอบครอง หลงผิดกันต่อไป ถ้าลูกหลานเกิดความละโมบโลภมาก ก็แย่งชิงมรดกกัน ก่อให้เกิดกรรมและเวรที่ต้องชดใช้กันและกันในชาติชาติหน้าต่อไป เกิดวัฏฏ
  5. “สาระสำคัญของชีวิต” ให้พิจารณาสรุปว่า คนเราทุกคนเกิดมาเพื่ออะไร? อะไรที่ทำให้เราทุกคนต้องมาเกิดในชาตินี้? อดีตชาติมีจริงหรือไม่? ตายแล้วเราจะไปที่ไหน? ไปด้วยเหตุใด?
  6. สรุปว่าทรัพย์สินทั้งหลายที่มีไว้เพื่อความสะดวกสบายแก่ชีวิต แต่ถ้ามีมากเกินไป และถ้าหามาด้วยการทุจริต ก็จะกลายเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์มากกว่าสุข การรู้จักความพอดี เป็นเรื่องสำคัญต่อชีวิต ทุกคนต้องหาจุดสมดุลให้พบเจอ การรู้จักพอใจในทรัพย์สินของตนเอง จะทำให้ความเร่าร้อนในใจหมดไป ความสงบสุขก็กลับคืนมา
  7. อย่าทำงานเพื่อเลี้ยงกิเลส เพราะหาทรัพย์สินเงินทองได้เท่าไหร่ก็จะไม่รู้จักพอ ยิ่งหาได้มากก็จะยิ่งโลภอยากได้มากกว่าขึ้นไปเรื่อยๆ ยิ่งทุกข์หนักมากขึ้นเรื่อยๆ อาจพลาดไปขาดสติไปเบียดเบียนคนอื่นในครอบครัวในสังคม ทำให้ต้องชดใช้กรรมเวรในอนาคต
  8. ฉะนั้น ทุกคนจึงควรจงทำงานเพียงเพื่อเลี้ยงชีพตนและครอบครัว “นกน้อยทำรังแต่เพียงพอดีตัว” และทำอย่างดีที่สุด ได้ผลเท่าไหร่พอใจเท่านั้น ใช้กำลังของศีล-สมาธิ-ปัญญาในการหาเลี้ยงชีพ ช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยากมากกว่าตนเองจะมีความสุขมาก
  9. ขอให้ทำงานและพักผ่อนกันอย่างมีความสุขนะครับ (ทุกคำถาม จะได้คำตอบ จากการใช้บริการตรวจดวงชะตากับหมอแดง)

………………………………….

บริการดูดวงทางโทรศัพท์ vb45(คลิกอ่านรายละเอียด)
บริการดูดวงทางโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ท
ค่าบริการ 500 บาท/ดวง/5 คำถาม/ชั่วโมง (โปรโมชั่น : คำถามละ 100 บาท)
ใช้วิชา : เลข7ตัว9ฐาน+ไพ่ยิปซี+สัมผัสที่หก
โอนเงินล่วงหน้าเข้า ธ.กสิกรไทย 233-228-6407
ในนาม อดิศร นิตยาจาร Adisorn Nittayajarn
ให้บริการในเวลา 08.00 น.-20.00 น. (หยุดวันพระ)
โทร. Dtac 081-533-3529, Ais 093-240-0151, True 096-881-7811
โดยโหร.อดิศร นิตยาจาร (หมอแดง)

vh50 4KBWP3 50 2KB FB3 50 1KB Twitter3 50 1KB line3 50 1KB G+4 50 2KB YouTube 1 RSS WP5 40
patomtip_jpegqrwp5-1136

สติ

jt89สติ
consciousness

     ถ้าท่านพบว่าตัวเองกำลังมีปัญหาใหญ่จู่โจมเข้ามาในชีวิตอย่างกระทันหัน แล้วท่านใช้ “อารมณ์” รัก-โลภ-โกรธ-หลง (กิเลสตัญหาอุปทาน) มาช่วยในการตัดสินใจ แก้ไขปัญหา ผลออกมาจะทำให้ปัญหานั้นไม่หายไป แถมจะทำให้ลุกลามบานปลายใหญ่โตกว่าเดิมเสียอีก

  • ถ้าท่านมาถึงจุดนี้ ขอให้หยุดความคิด คำพูด การกระทำเดิมๆทุกอย่าง แล้วปลีกวิเวกหาความสงบสักวันหนึ่ง ทบทวนว่าเราทำอะไรผิดไปบ้าง จะแก้ไขปัญหาชีวิตอย่างไรดี สิ่งนี้คือการตั้ง “สติ” ถ้าขาดสติ ก็ขาดปัญญา ขาดปัญญาก็มองไม่เห็นทางแก้ไขที่ถูกต้อง
  • การมีสติ คือการควบคุมความคิด-คำพูด-การกระทำของตัวเราเองได้ ชีวิตก็เกิดความสงบ ความสงบทำให้ก็เกิดสมาธิ สมาธิทำให้เกิดปัญญา ปัญญาทำให้มองเห็นกิเลสขอตัวเราเอง ของคนอื่น กิเลสเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์ทั้งปวงที่แท้จริง เมื่อเห็นต้นเหตุทุกข์ก็เห็นทางออกทางแก้ไขปัญหา เมื่อปฏิบัติตามปัญญาบอกก็ถึงความพ้นทุกข์ หมดทุกข์ก็หมดปัญหา ก็คือชัยชนะ ชนะตนเองได้ก่อน จึงจะชนะคนอื่นได้
  • สติคือการรู้ตัว รู้ตัวตลอดเวลาว่ากำลังทำอะไร เพื่ออะไร ทำแล้วจะได้ผลอย่างไร
  • ควบคุมสติได้โดยการกำหนดจิตจับที่ลมหายใจเข้า-ออก ถ้าเป็นเวลาว่างให้ภาวนา พุธ-โธ ถ้ากำลังทำงานก็เพียงตั้งใจทำงาน ไม่คิดไปถึงเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับงาน เวลามีปัญหาชีวิตมากระทบ ก็เพียงแต่พิจารณาว่านี่เป็นธรรมดาของชีวิต ทุกคนต้องพบเจอ และมันเป็นกฎแห่งกรรมคือมีลักษณะวนเวียนผลัดกันกระทำ ถ้าเราอยากพ้นทุกข์ เราต้องไม่ทำโต้ตอบใดๆทั้งสิ้น กรรมจะสิ้นสุดที่ตัวเรา เมื่อเราให้อภัยเป็นทาน ความวนเวียนก็สลายตัวทันที เศษกรรมอาจทำให้เราต้องพบเจอกับปัญหา แต่สติปัญญาจะทำให้เห็นทางออกที่สวยงามเสมอ เราก็เลือกทางที่ทำให้เกิดความสงบสุข ปลีกวิเวกให้มากขึ้น แล้วเราก็จะพ้นทุกข์ในเรื่องนั้นได้
  • ใช้สติน้อย ก็มีปัญญาน้อย ก็พ้นทุกข์ได้ยากนาน และวนเวียนให้แก้ไขใหม่อีก
  • ใช้สติมาก ก็มีปัญญามาก ก็พ้นทุกข์เร็ว และตลอดไป
  • นี่คือหนทางแห่งการพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้จริง ลูกค้าของหมอแดงหลายคนพ้นทุกข์ได้โดยง่ายเพียงใช้ธรรมะข้อนี้เอง ไม่ต้องเสียเงินให้ใครช่วยแก้ไข แก้ไขเองดีที่สุด

vh50 4KBอดิศร นิตยาจาร (หมอแดง)
บริการดูดวงทางโทรศัพท์ โทร. 081-533-3529

วิธีการใช้ชีวิตเหนือดวงชะตา

ใช้ชีวิตเหนือดวงชะตา
Life Over horoscopes.

          ชีวิตของทุกคนควรกำหนดว่าจะ “อยู่เหนือดวงชะตา” เพราะมีความสุขอย่างยิ่ง การดูดวงที่ถูกต้อง ได้ประโยชน์ ควรดูดวงอย่างมีสติใช้วิจารณะญาณของตนเองประกอบควบคู่กันไป  พิจารณาเรียนรู้ว่าถ้าหมอดูทายอดีตปัจจุบันอนาคตของท่านได้แม่นยำ ก็แสดงว่า “กฏแห่งกรรมนั้นมีจริง” มีกฏแห่งกรรมอะไรบ้าง ที่กำลังโคจรมากระทบวิถีชีวิตของคุณ เพื่อจะได้หาทางแก้ไขปัญหาล่วงหน้า อย่าวิตกกังวลเรื่องดวงชะตาดีร้ายในอนาคต เพราะอนาคตยังขึ้นอยู่กับปัจจุบันครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งขึ้นกับเหตุในอดีตที่เราไม่สามารถเปลี่ยนได้ แต่สามารถ “บริหารจัดการ” ได้อีกเช่นกัน

ใครที่เคยล้มเหลวในชีวิต ต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่  ขอให้อยู่กับปัจจุบันเท่านั้น ทำตามคำแนะนำดังต่อไปนี้ นี้ก็จะรู้ว่า “สุขแท้จริงนั้นอยู่ในความสงบ” นั้นเป็นอย่างไร

  1. ปลดปล่อย ระบายอารมณ์ความคิดความต้องการ ประเภทความรักโลภโกรธหลงแบบสุดขั้วทิ้งให้หมด
  2. รวมไปถึงความอยากได้อยากมีอยากเป็นทุกเรื่อง ที่ไม่จำเป็นต่อการดำรงค์ชีพ
  3. เรื่องใดที่คุณคิดแล้วทำให้ไม่สบายใจ  คิดแล้วไม่ทำให้ชีวิตดีขึ้น ก็เลิกคิดถึงสิ่งนั้น
  4. อยู่ในศีล 5 และพรหมวิหาร 4
  5. พึ่งพาตนเองให้มากขึ้น
  6. ทดลองฝึกนั่งสมาธิวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อให้ได้ญาณหยั่งรู้
  7. ถึงตรงนี้ทุกท่านจะเห็นหนทางแก้ไขทุกปัญหาได้ด้วยตัวเองครับ

เมื่อใจไม่ฟุ้งซ่าน หยุดนิ่ง ปักหลักมั่นคง  สะอาดสดใสบริสุทธิ์ดีแล้ว เกิดความว่างเปล่าแล้ว ก็จะเกิด “ปัญญา” ขึ้นมาได้เอง โดยอัตโนมัติ โดยธรรมชาติ  วิถึชีวิตแบบนี้พระพุทธเจ้าท่านตรัสแนะนำสั่งสอนไว้ เรียกว่าพระธรรม เหล่าพระอริยะเจ้า-บุคคลทั้งหลายที่ลองปฏิบัติตาม ต่างยืนยันว่าได้ผลดีจริง

ด้วยความปรารถนาดีจาก

โหร.อดิศร นิตยาจาร (หมอแดง)

%d bloggers like this: