ต้นเหตุที่ทำให้ทุกคนเกิดความทุกข์และความสุข และวิธีการดับทุกข์

ldf84

ต้นเหตุที่ทำให้ทุกคนเกิดความทุกข์และความสุข  และวิธีการดับทุกข์
Misery
VS Happiness

ต้นเหตุที่ทำให้ทุกคนเกิดความทุกข์

สำหรับผู้เต็มไปด้วยกิเลสตัญหาอุปาทาน ยังไม่เคยขัดเกลาจิตใจ ยังไม่เกิดปัญญา ยังไม่เห็นภัยของกิเลส ยังไม่ละกิเลส ไม่ว่าเขาจะมีทรัพย์สินมากหรือน้อยเพียงใด จิตใจก็จะมีแต่ความทุกข์ โหยหาแต่เงินทอง คิดแต่หาหนทางกอบโกย สะสมทรัพย์สินสมบัติมาไว้กับตัวเองให้มากที่สุด ตลอดเวลา ไม่มีวันหยุดพัก ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักเพียงพอกิเลสทำให้เกิดความต้องการที่ไม่สิ้นสุด
ในธรรมชาติปกติของคน แม้นพากเพียรหาทรัพย์สินมาได้แล้วมากมาย แต่ถ้าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นที่รวยกว่า กิเลสตัญหาอุปทานจะทำให้เกิดความรู้สึกอิจฉาริษยา หลอกหลอนให้ตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองยังมีน้อยไปกว่าคนอื่น เป็นความทุกข์ที่เกิดจากความไม่พอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่แล้ว
กิเลสย่อมล่อลวงคนเหล่านี้ ไปคิด-พูด-กระทำทุกอย่าง เพื่อให้ได้ทรัพย์สินมาเพิ่มเติม แม้นในทางลัด ที่ผิดศีลธรรมและผิดกฏหมายก็ยอม นี่เป็นเรื่องปกติธรรมชาติของคนที่ยังไม่ขัดเกลากิเลส กิเลสปิดบังปัญญา ทำให้มองไม่เห็นความสุข ที่ตนเองมีทรัพย์สินมากมายเกินปกติธรรมดาคนทั่วไป

ต้นเหตุที่ทำให้ทุกคนเกิดความสุข

     ผู้ใดพึงพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่แล้ว จะมีความสุขได้ตามอัตภาพ จะมีมากหรือน้อยเพียงใดก็มีความสุขได้ ความสุขที่แท้จริงไม่ได้วัดที่การมีเงินทองมากมาย แต่วัดที่มีความสงบมากน้อนเพียงใด
      ผู้ศึกษาและปฏิบัติธรรม เป็นผู้หมั่นขัดเกลากิเลสออกไปจากจิตใจของตนเอง ย่อมเหลือกิเลสน้อยกว่าคนทั่วไป ย่อมรู้จักกิเลสว่ามันเกิดและดับได้อย่างไร รู้เท่าทันเมื่อกิเลสตัญหาอุปทานปรากฏขึ้นมา  จิตใจที่ถูกฝึกมาอย่างดีแล้ว ย่อมมีพลังอำนาจที่แข็งแกร่งอยู่เหนืออำนาจกิเลสตัณหาอุปทาน ย่อมมีปัญญาสามารถมองเห็นอนาคตอันยาวไกลของตนเองและผู้อื่น ย่อมมองเห็นภัยของวัฏฏะสงสารว่า ถ้าใครพลาดพลั้งทำผิดศีล 5 ตายไปจะตกนรกยาวนานอย่างแน่นอน ยิ่งถ้าเคยนั่งสมาธิกระทั้งสามารถหยั่งรู้เห็นชัดเจนว่านรกมีอยู่จริง ย่อมบังเกิดมีหิริ-โอตตัปปะ (conscience) คือละอายความชั่ว เกรงกลัวการทำบาป หมั่นตั้งสติคอยตักเตือนตัวเองไว้ตลอดเวลา ไม่ให้หลงลืมตัวไปทำบาปกรรมใดๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องไปตกนรกหลังความตาย
การพึงพอใจในทรัพย์สินของตนเอง ไม่ว่าจะมีทรัพย์สินมากหรือน้อยเพียงใด จิตใจก็มีแต่ความ “ความสงบเยือกเย็นเป็นสุข” ความสุขสงบที่ห่างไกลจากกิเลสนี้ คือสงบและสุขที่แท้จริง

 

วิธีการดับทุกข์

     ในวิถีชีวิตแบบ “ชาวพุทธ” โดยเฉพาะเหล่าพระอริยะเจ้าและบุคคลผู้มั่นคงใน “ศีล-สมาธิ-ปัญญา” แล้ว จะใช้

  1. “สติ” ในการควบคุมศีลให้เกิดความบริสุทธิ์ 
  2. “หิริ+โอตตัปปะ+พรหมวิหาร 4” ในการควบคุมศีลให้มั่นคงอยู่ได้ตลอดชีวิต 
  3. “ศีลอันบริสุทธิ์และมั่นคงได้ตลอดชีวิต”  จะเป็นต้นเหตุและปัจจัยให้เกิด “สมาธิอันบริสุทธิ์” 
  4. “สมาธิอันบริสุทธิ์” จะเป็นต้นเหตุและปัจจัยให้เกิด “ญาณหยั่งรู้อันบริสุทธิ์” 
  5. “ญาณหยั่งรู้อันบริสุทธิ์” จะเป็นต้นเหตุและปัจจัยให้เกิด “ปัญญาอันบริสุทธิ”
  6. “ปัญญาอันบริสุทธิ” จะเป็นต้นเหตุและปัจจัยให้ตัดกิเลสได้หมดสิ้นไปโดยไม่เหลือ หยั่งถึงและเข้าสู่พระนิพพานได้ในที่สุด

    การประคับประคองตนเองให้มีสติและปัญญาได้ทั้งวัน ทุกวัน เป็นพื้นฐานสำคัญแรกสุด เพราะสติใช้ตรวจสอบตนเองได้ รู้เท่าทันจิตใจและกิเลสของตัวเองได้ ตราบใดที่ไม่สำเร็จอรหันต์ แม้นมีกิเลสตัญหาอุปทานกำเริบขึ้นมาบ้าง ในบางครั้งคราว แต่ก็สติจะดึงหน่วงรั้งจิตใจไว้ ไม่ให้ผู้ปฏิบัติธรรมหลงทางไปทำความผิดกฏหมายศีลธรรม ผู้แฏิบัติธรรมจึงมีปัญหาน้อย ทุกข์น้อย ถึงมีทุกข์ทางกายใจบ้างก็ทุกข์ไม่นาน เพราะมีภูมิปัญญาสูง สามารถเรียนรู้วิธีแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องไปถามใคร    

     แม้นชีวิตของทุกคนยังจำเป็นต้องขยันทำงานหาเงินยังชีพให้กับตนเองและครอบครัว แต่เราก็สามารถเลือกวิถีชีวิตของตนเองได้ ถ้าต้องการชีวิตที่มีปัญหาน้อย ก็ต้องเลือกชีวิตที่เรียบง่าย เลือกทำแต่อาชีพที่สุจริตไม่ผิดกฏหมายศีลธรรมอันดีงาม ไม่คดโกงใคร ไม่แอบเบียดบังผลประโยชน์ของคนอื่นมาเป็นของตนเอง ทำงานเต็มกำลังความสามารถ ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด และพอใจกับผลของงานของตนเอง

     ท่านทั้งหลายที่กำลังมีทุกข์ ที่เกิดจากภัยของกิเลสในตนเอง จงลองคิดพิจารณาตามความเป็นจริงนี้ แล้วลองเลือกวิถีชีวิตที่ดีที่สุดให้ตนเองเถอด แล้วจะพ้นจากภัยของกิเลสอุปทานทั้งหลายไปได้ ชีวิตที่สงบสุขจะกลับคืนมาอีกครั้ง

เขียนโดย ๙[:-){_/|_|B พระนิพพานnirvana @Nirvana.AND 603721839689536

คิวอาร์โค้ดบทความนี้
https://wp.me/p1TD9H-4uc
ต้นเหตุใหญ่ที่ทำให้ทุกคนเกิดความทุกข์และความสุข
Misery VS Happiness

……………………………………….

ป.ล. ผู้อ่านที่ต้องการโอนเงินมาให้กำลังใจแก่ผู้เขียน โปรดใส่เศษ 9 บาท (ที่หลักหน่วย) ให้หมอแดงทราบว่าเป็นเงินกำนัล สำหรับให้เป็นกำลังใจให้กับผู้เขียน ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจนะครับ

วิธีใช้บริการดูดวงทางโทรศัพท์กับหมอแดง : บริการตรวจดวงชะตาทางโทรศัพท์ (และทางอินเตอร์เน็ต) พยากรณ์จากวิชา : เลข7ตัว9ฐาน + ไพ่ยิปซี + สัมผัสที่หก  ค่าบริการ 500 บาท/ดวง/5 คำถาม/ชั่วโมง (คำถามละ 100 บาท)  โอนเงินล่วงหน้าเข้า ธนาคารกสิกรไทย-ออมทรัพย์ 233-228-6407 ในนาม อดิศร นิตยาจาร  Adisorn Nittayajarn ติดต่อสอบถามและจองคิวดูดวง โทร. 081-533-3529 ในเวลา 08.00 น.-20.00 น.  (สนง.ปฐมทิพย์ Dtac. 088-059-3992, Ais. 093-240-0151, True. 096-881-7811)

รับบทความที่โพสต์ใหม่ล่าสุดทางอีเมล์ (ฟรี) : ท่านใดต้องการให้หมอแดงส่งบทความใหม่ล่าสุดไปให้อ่านทางอีเมล์-ฟรี…..มองดูที่ด้านขวามือของเว็บไซต์นี้ คอลัมภ์ที่ 2 หัวข้อชื่อ “ติดตามทางอีเมล์ (ฟรี)” Follow Blog via Email (Free)”  กดปุ่ม “ติดตาม” Follow สำหรับท่านที่ลงทะเบียนกับ WordPress.com แล้ว / กรอกอีเมล์ของท่านลงในช่องว่างด้านล่าง สำหรับบุคคลทั่วไป

ให้กำลังใจ : เมื่อท่านอ่านบทความนี้แล้ว โปรดให้คะแนนความนิยม (Rate this 1-5 ดาว)   และแชร์บทความนี้ส่งต่อไปให้กับเพื่อนๆของท่าน ที่ยังไม่รู้จักเว็บเพจนี้ด้วยครับ

เอกสาร 954 .jpg คลิกที่นี่เพื่อเปิดเอกสาร

vh50 4KBWP3 50 2KBFB3 50 1KBTwitter3 50 1KBline3 50 1KBG+4 50 2KBYouTube 1RSS WP5 40
patomtip 1

……………………………………….

Advertisements

วันนี้เป็นวันดี

20170224_001207_android

วันนี้เป็นวันดี
Today is a good day.

อา. 5 มีนาคม 2560…….วันนี้เป็นวันดี.

     วันนี้เป็นวันฤกษ์งามยามดี ฤกษ์อย่างนี้เป็นมหามงคลอย่างยิ่ง เหมาะสำหรับเริ่มต้นชีวิตใหม่ ริเริ่มทำการค้าใดจะค้าขายเจริญรุ่งเรือง เหมาะจะขยายกิจการสาขา ปรับปรุงต่อเติมชีวิตและหน้าที่การงานให้มีความก้าวหน้าและมั่นคง ควรพาสมาชิกทุกคนในครอบครัวไปเที่ยวใกล้ไกล ให้เกิดความรักความอบอุ่น เป็นหน้าที่ของหัวหน้าครอบครัวที่ดี
ถ้าผู้ใดปฏิบัติธรรมในวันนี้ จะมีความก้าวหน้าเป็นพิเศษ…ผู้ใดอยากมีความสุขมาก ทุกข์น้อย ให้พิจารณาวิปัสสนาพระกรรมฐาน 40 ในหมวด “ร่างกาย” ดังต่อไปนี้ :

  1. “ร่างกาย” ของเราและของทุกคน ประกอบด้วยธาตุ 4 ดิน-น้ำ-ลม-ไฟ มีอาการเกิด-แก่-เจ็บ-เสื่อมคลาย-ตายไป นี่เป็นเรื่องปกติธรรมดา ไม่มีใครหนีพ้นไปได้ การยอมรับความจริงนี้ จะทำให้มีสติ ไม่ประมาทในความตาย มั่นคงในศีล-ธรรมไม่เสื่อมคลาย เป็นเหตุให้เกิดปัญญา มองเห็นสัจธรรม-คือทุกอย่างตามความจริง เห็นหนทางพ้นจากทุกข์ทั้งปวง
  2. “จิตใจ” เป็นวิญญาณ สามารถรับสัมผัสและความรู้สึกทั้งปวงได้ “เป็นพลังงานอย่างหนึ่ง” ที่สิงสถิตย์อาศัยอยู่ในร่างกายเพียงชั่วคราว เมื่อร่างกายหมดอายุไขตายไป จิตวิญญาณก็หาที่อยู่ใหม่ วนเวียนว่ายตายเกิดในชาติภพ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ด้วยแรงรักเกียจริษยาอาฆาต ด้วยเจตนาของตนเอง ที่หลงไปยึดเหนี่ยวรั้งผูกพันห่วงใยในลูกหลานและทรัพย์สินทั้งปวง
  3. “ทรัพย์สิน” เป็นเพียงวัตถุธาตุ ที่ประกอบด้วยธาตุ 4 เหมือนกับร่างกาย เมื่อกาลเวลาผ่านไปนานๆ ล้วนต้องแปรเปลี่ยนและเสื่อมสลายตัวแตกดับไปในที่สุด
    แม้นกระทั้ง “เพชร” ที่นับว่าเป็นทรัพย์สินที่มีราคาแพงสูงสุด ดั้งเดิมของเพชร ก็คือซากพืชซากสัตว์ที่ทับถมและถูกแรงกดบีบอัดของพื้นผิวโลก ทำให้ค่อยๆแปรเปลี่ยนกลายสภาพไปเป็นเพชร ในที่สุด การเปลี่ยนแปลงเป็นปกติของโลกนี้
    วัตถุธาตุทั้งหลาย สภาพแท้จริงเป็นสิ่งที่ว่างเปล่า แม้นนักวิทยาศาสตร์เองก็ยังยืนยันว่าเป็นเช่นนั้น เมื่อใช้กล้องอิเล็คตรอนและเครื่องมือใดๆไปส่องดูหารูปร่างที่แท้จริงของวัตถุธาตุทั้งหมด ก็จะพบว่า องค์ประกอบที่เล็กที่สุด ก็คือ อิเล็กตรอน+โปรตรอน+นิวตรอน ซึ่งมีสภาพจริงเป็นเพียง “พลังงาน” วิ่งพล่านๆไปมา ไม่หยุดนิ่ง ไม่มีใครเห็นรูปร่างที่แท้จริง แต่วัดค่าเป็นพลังงานได้ สรุปว่า ทุกสิ่งที่เราเห็น เป็นเพียงแสงสีเสียงที่สะท้อนเข้าตาเข้าหู ที่เราสามารถสัมผสจับต้องได้ ก็เพราะมือของเราและวัตถุธาตุทั้งหลาย ต่างก็มีพลังงานแม่เหล็ก ที่ดูด+ผลักดันไว้ในเวลาเดียวกัน จึงรู้สึกถึงสัมผัสนั้นได้ จับต้องได้ สิ่งที่สัมผัสคือ “พลังงานกับพลังงาน” ที่เป็นสิ่งว่างเปล่าทั้งคู่ ไม่มีตัวตนเป็นชิ้นเหมือนที่ตามองเห็น ทรัพย์สินของมีค่าทั้งหลายในโลกนี้ จึงเป็นเพียงพลังงานเท่านั้น เป็นพลังงานว่างเปล่าที่ทุกคนเข้าใจผิด หลงใหลในสมมุติ ต้องการมาไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้ล่วงรู้ซึ้งถึงความเป็นจริงที่ซ่อนอยู่
  4. “ความตาย” ให้พิจารณาต่อไปอีกว่า เมื่อทุกคนตายไปแล้ว ทุกคนต้องทิ้งทรัพย์สิน (อันว่างเปล่า) นี้ไปทั้งหมด ทิ้งไว้ให้ลูกหลานยึดถือครอบครอง หลงผิดกันต่อไป ถ้าลูกหลานเกิดความละโมบโลภมาก ก็แย่งชิงมรดกกัน ก่อให้เกิดกรรมและเวรที่ต้องชดใช้กันและกันในชาติชาติหน้าต่อไป เกิดวัฏฏ
  5. “สาระสำคัญของชีวิต” ให้พิจารณาสรุปว่า คนเราทุกคนเกิดมาเพื่ออะไร? อะไรที่ทำให้เราทุกคนต้องมาเกิดในชาตินี้? อดีตชาติมีจริงหรือไม่? ตายแล้วเราจะไปที่ไหน? ไปด้วยเหตุใด?
  6. สรุปว่าทรัพย์สินทั้งหลายที่มีไว้เพื่อความสะดวกสบายแก่ชีวิต แต่ถ้ามีมากเกินไป และถ้าหามาด้วยการทุจริต ก็จะกลายเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์มากกว่าสุข การรู้จักความพอดี เป็นเรื่องสำคัญต่อชีวิต ทุกคนต้องหาจุดสมดุลให้พบเจอ การรู้จักพอใจในทรัพย์สินของตนเอง จะทำให้ความเร่าร้อนในใจหมดไป ความสงบสุขก็กลับคืนมา
  7. อย่าทำงานเพื่อเลี้ยงกิเลส เพราะหาทรัพย์สินเงินทองได้เท่าไหร่ก็จะไม่รู้จักพอ ยิ่งหาได้มากก็จะยิ่งโลภอยากได้มากกว่าขึ้นไปเรื่อยๆ ยิ่งทุกข์หนักมากขึ้นเรื่อยๆ อาจพลาดไปขาดสติไปเบียดเบียนคนอื่นในครอบครัวในสังคม ทำให้ต้องชดใช้กรรมเวรในอนาคต
  8. ฉะนั้น ทุกคนจึงควรจงทำงานเพียงเพื่อเลี้ยงชีพตนและครอบครัว “นกน้อยทำรังแต่เพียงพอดีตัว” และทำอย่างดีที่สุด ได้ผลเท่าไหร่พอใจเท่านั้น ใช้กำลังของศีล-สมาธิ-ปัญญาในการหาเลี้ยงชีพ ช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยากมากกว่าตนเองจะมีความสุขมาก
  9. ขอให้ทำงานและพักผ่อนกันอย่างมีความสุขนะครับ (ทุกคำถาม จะได้คำตอบ จากการใช้บริการตรวจดวงชะตากับหมอแดง)

………………………………….

บริการดูดวงทางโทรศัพท์ vb45(คลิกอ่านรายละเอียด)
บริการดูดวงทางโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ท
ค่าบริการ 500 บาท/ดวง/5 คำถาม/ชั่วโมง (โปรโมชั่น : คำถามละ 100 บาท)
ใช้วิชา : เลข7ตัว9ฐาน+ไพ่ยิปซี+สัมผัสที่หก
โอนเงินล่วงหน้าเข้า ธ.กสิกรไทย 233-228-6407
ในนาม อดิศร นิตยาจาร Adisorn Nittayajarn
ให้บริการในเวลา 08.00 น.-20.00 น. (หยุดวันพระ)
โทร. Dtac 081-533-3529, Ais 093-240-0151, True 096-881-7811
โดยโหร.อดิศร นิตยาจาร (หมอแดง)

vh50 4KBWP3 50 2KB FB3 50 1KB Twitter3 50 1KB line3 50 1KB G+4 50 2KB YouTube 1 RSS WP5 40
patomtip_jpegqrwp5-1136

เมื่อผิดหวังในเรื่องความรัก (วิธีปรับตัว-คิดพูดทำอย่างไรดี จึงจะหมดความทุกข์)

845

เมื่อผิดหวังเรื่องความรัก
Disappointment about Love
(วิธีปรับตัว-คิดพูดทำอย่างไรดี จึงจะหมดความทุกข์)
(How adaptability – think say do. Therefore runs out distress)

 

     วิธีพิจารณาสัจธรรม (ยอมรับว่าเป็นความจริง) เพื่อให้เกิดปัญญา เห็นช่องทางพ้นจากทุกข์ทั้งปวง ด้วนตนเอง

  1. ที่ใดมีรัก ที่นั้นย่อมมีทุกข์
  2. สุขที่แท้จริง
  3. การพึ่งพาตนเอง

.

(1) ที่ใดมีรัก ที่นั้นย่อมมีทุกข์

     นี่เป็นสัจธรรม เป็นความจริง  เมื่อท่านมีความทุกข์ผิดหวังเรื่องความรัก จะทำอย่างไรกับตัวเอง จึงจะหมดทุกข์นั้น ไปจากใจของท่าน

  1. การจะแก้ไขให้ทุกข์หมดไป ต้องแก้ไขที่ต้นเหตุ ต้องศึกษาพิจารณาธรรมะ ให้เห็นตามความเป็นจริง และยอมรับความจริงได้ ภาวะทุกข์นั้นก็จะสลายตัวไปเอง
  2. วิธีพิจารณาธรรม…ให้พิจารณาตามความจริงว่า ความรักเป็นกิเลสตัญหาอุปทานอย่างหนึ่ง (กิเลส คือทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ล่อลวงจิตใจ มาปิดบังปัญญา ทำให้หลง(รัก) ทำให้เห็นผิดไปจากความเป็นจริง)
  3. ความรัก เมื่อเริ่มเกิดขึ้นมา เริ่มต้นจากการล่อลวงให้ทุกคนเห็นผิดไปจากความเป็นจริง ว่าคนรักของตัวเองเขาดีทุกอย่างดีที่สุดไม่มีที่ติเลย (ซึ่งไม่เป็นความจริง)  ความรักทำให้เราต้องหาทางสร้างความผูกพัน หาวิธีการจับจอง ทำทุกอย่างเพื่อทำให้เขามาเป็นสมบัติของตนเองแต่เพียงผู้เดียว และสุดท้ายก็ต้องเป็นทุกข์เพราะความรัก จริงๆแล้วทุกข์มีตั้งแต่ทั้งเริ่มต้น ท่ามกลาง และในท้ายที่สุด
  4. (ถ้าไม่รักใคร ไม่มีความรัก ก็จะไม่มีทุกข์เลย นี่เป็นสัจธรรม เป็นความจริง)
  5. เหตุให้เกิดทุกข์อยู่ตรงนี้…เมื่อทุกคนเผลอไปหลงรักใคร ทุกคนก็คิดไปเอง (กิเลสคือร่างกาย ที่โตเต็มวัยแล้ว   สอนให้เราคิดได้โดยอัตโนมัติ เป็นไปตามธรรมชาติ ที่พร้อมจะเจริญเผ่าพันธ์ของตนเอง ส่วนจิตที่ด้อยประสพการณ์ ยังไม่เคยฝึกฝน นั้นเผลอคิดตามร่ายกาย เข้าใจผิดว่าร่างกายกับจิตใจเป็นสิ่งเดียวกัน แต่ความจริงคนละส่วน แต่อาศัยซึ่งกันและกันชั่วคราว) ว่าคนรักของเรา ต้องเป็นของสมบัติเราแต่เพียงคนเดียว เขาต้องรักและซื่อสัตย์ต่อเรา เหมือนที่เรารักและซื่อสัตย์ต่อเขา
  6. แต่ความจริงก็คือ ความรักเป็นเพียงอารมณ์อย่างหนึ่ง ที่แปรผันได้ เปลี่ยนแปลงได้ ไม่แน่นอน รักได้ก็เลิกรักได้ หรือต้องพลัดพรากทิ้งร้างห่างไกลกัน ต้องจากกันไม่จากเป็นก็จากตาย ด้วยบุญและกรรมที่เคยทำร่วมกันมาสิ้นสุดลง
  7. หรือเมื่อคนรักนอกใจ ไปมีคนอื่น มีคนอื่นมาแย่งคนรักไป ก็เกิดความทุกข์กายทุกข์ใจ ที่ไม่สมหวังในความรัก

.

(2) ความสุขที่แท้จริง

  1. ความสุขที่แท้จริงและยั่งยืน ไม่ได้อยู่ที่คนอื่น เพราะถ้าเขาไม่หยิบยื่นความรักตอบแทนท่าน ท่านหรือใครๆก็บังคับเขาไม่ได้ แม้นตัวเขาเอง ก็บังคับตัวเองแทบไม่ได้เหมือนกัน
  2. ที่เป็นเช่นนั้น เพราะใจของทุกคนมักอ่อนแอ ไม่เข็มแข็ง แปรผันได้ง่าย เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพสิ่งแวดล้อม ตามกฎแห่งกรรม ตามธาตุของร่างกาย ตามอิทธิพลของดวงดาว นี่เป็นเรื่องปกติ เป็นธรรมดา เป็นสัจธรรม เป็นความจริง เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องยอมรับตามความเป็นจริงให้ได้ก่อน จึงจะแก้ไขปลดความทุกข์จากตัวเองได้

.

(3) การพึ่งพาตนเอง

  1. คนอื่นๆทั้งโลก ไม่เป็นที่พึ่งที่แท้จริง เราจึงควรพึ่งพาตนเอง ถ้าเราพึ่งตัวเองได้ คนอื่นๆก็เพียงส่วนประกอบหนึ่งของชีวิตเรา “ที่มีก็ได้ ไม่มีก็ได้”
  2. ชีวิตที่พึ่งพาตนเอง เป็นชีวิตที่มีความมั่นคงสูงอย่างยิ่ง แล้วต่อไป จะไม่มีใครทำให้คุณเจ็บปวดเพราะความรักได้อีก เพราะเราจะไม่คาดหวังอะไรจากคนอื่น
  3. ทดลองพึ่งพาตนเอง คิดพูดและทำอย่างนี้แล้ว ชีวิตก็จะเริ่มเปลี่ยนไปในทันที กลายเป็นคนที่มีจิตใจเข็มแข็ง
  4. เมื่อไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น ชีวิตจะเริ่มมีความสงบสุขมากขึ้น นี่คือความจริง ที่ทุกคนต้องยอมรับให้ได้ ในที่สุด

.

WP9final

%d bloggers like this: