เราเกิดมาเพื่อทำอะไร?

fv89

เราเกิดมาในชาตินี้เพื่อทำอะไร?
What was born to do?

__ทุกวันเป็นวันดี เหมาะสำหรับทำสิ่งที่ดีๆให้แก่ตัวเอง ทำดีให้แก่ครอบครัว ทำดีให้แก่สังคม ความดีอันสูงสุดคือ
__(1) “ถือศีล” รักษาศีล 5-8 ให้เป็นปกตินิสัย ตลอดชีวิต ศีลเป็นพื้นฐานสำคัญในการปฏิบัติธรรมให้ก้าวหน้า ศีลทำให้เข้าถึงและบรรลุธรรมชั้นสูง ศีลทำให้พ้นจากทุกข์ทั้งปวง ศีลทำให้พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด
__(2) “ฝึกสมาธิ” โดยการมีสติอยู่ที่ (อานาปานุสติ) ลมหายใจเข้าออก หายใจเข้า-ภาวนา “พุท” ลมหายใจออก-ภาวนา “โธ” กำหนดจุดตรวจสอบลมปรานเข้าออกไว้ 3 ฐาน คือ ปลายจมูก หน้าอก สะดือ
__(3) “เจริญปัญญา” โดยการพิจารณาในธรรม ธรรมคือความจริง พิจารณาทุกสิ่งที่ตามองเห็น ตามความเป็นจริง ลึกซึ้ง ละเอียดถึงที่สุด กระทั้งเห็นต้นเหตุแห่งทุกข์ และเห็นทางพ้นทุกข์ด้วยตนเอง ยอมปรับทัศนะคติใหม่ตามความเป็นจริง ตัวอย่างเช่น
__”ความตาย” การเกิดแก่เจ็บตาย เป็นเรื่องปกติธรรมดา ไม่มีใครหนีความตายไปได้ ชีวิตนั้นมีเวลาจำกัด เราจึงต้องค้นหาตัวเราเองว่า “เกิดมาทำไม?” เพื่อจะได้ทำในสิ่งที่ควรทำ
__”ร่างกาย” เป็นเพียงธาตุ 4 คือดินน้ำลมไฟ ธาตุ 108 ของนักวิทยาศาสตร์ก็เป็นเพียงพลังงานไฟ้าฟ้าและคลื่นแม่เหล็ก เมื่อพลังงานคือว่างเปล่า คำสอนของพระพุทธเจ้าที่ตรัสไว้ว่าทุกสิ่งเป็นเพียงความว่างเปล่า จึงถูกต้องแล้ว นักวิทยาศาสตร์ทั้งโลกเพิ่งเข้าใจ คนไทยบางส่วนยังไม่เข้าใจธรรมะข้อนี้ จึงก่อปัญหาให้บ้านเมืองขึ้นมามากมายใหญ่โต เพราะยังไม่รู้ความจริงข้อนี้
__”จิต” คือวิญญาณของเรา แท้จริงก็เป็นพลังงานเช่นเดียวกัน แต่มีความละเอียดยิ่งกว่าร่างกาย
__”สัมผัส” ร่างกายของเราสามารถรับรู้ถึงสัมผัสต่างๆ ในรูปทางตา-เสียงทางหู-กลิ่นทางจมูก-รสชาติทางลิ้น-สัมผัสทางผิวหนัง สุขทุกข์ทางใจได้ ก็เพราะธาตุทั้ง 4 และจิตใจ สามารถสื่อสารเชื่อมโยงกันได้เป็นปกติ
__”จิตกับกาย” อาศัยซึ้งกันและกัน ต่อเนื่องมายาวนานหลายภพหลายชาติ เพราะเรารักชอบยึดติดในภพภูมิชาติกำเนิด ห่วงใยในลูกหลานวงษ์ตระกูล อีกทั้งยังสร้างกรรมดีชั่วไว้มากมาย ทำให้เกิดกฏแห่งกรรมที่ต้องวนเวียนมาเกิดใหม่
_”กฏแห่งกรรม” คือทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ทุกคนต้องได้รับผลดี-ชั่วตามกรรม ตามวาระอันสมควร เมื่อมีการถูกกระทำ ก็มีการจองเวร ทุกคนมักคิดว่าตนเพิ่งถูกกระทำเป็นครั้งแรก แต่ความจริงผลัดกันกระทำ ต้นเหตุคืออาฆาตจองเวรกันไว้ ไม่รู้ใครทำใครก่อน ผลัดกันล้างผาญเป็นจำนวนเกินล้านชาติ เป็นวัฏฏะสงสาร คือมองไม่เห็นที่สิ้นสุด ไม่รู้จบสิ้น จนกว่าจะมีใครสักคนเกิดปัญญา มองเห็นภัยของวัฏฏะสงสาร ยอมอโหสิกรรมให้ก่อน พันธะที่จะล้างผลาญก็สิ้นสุดลงในทันที ผู้อโหสิกรรมได้จริง ต้องใช้อารมณฺ์ของพระอรหันต์ จึงจะพ้นการเกิดในชาติหน้าได้ พ้นการเกิดก็ไม่ต้องมีทุกข์อีกต่อไป
__”ข้อพิสูจน์ว่ากฏแห่งกรรมมีจริง” หมอดูมีอำนาจและหน้าที่ บอกกล่าวเล่าเรื่องของกฏแห่งกรรม คือตารางเวลาที่ทุกคนในโลกนี้จะต้องพบเจอเหตุการณ์ต่างๆ ในแต่ละปี ทั้งดีและร้าย แก่ทุกท่านได้ล่วงหน้า ถ้าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง แสดงว่ากฏแห่งกรรมมีจริง
__”พระพุทธเจ้ามีจริง” ท่านตรัสรู้และสอนให้พิจารณาในอริยะสัจ 4 ประการคือ ทุกข์-มีอยู่จริง สมุทัย-เหตุแห่งทุกข์ก็มีอยู่จริง นิโรธ-ความพ้นทุกข์มีอยู่จริง มรรค-ทางพ้นทุกข์มีอยู่จริง
__”พระนิพพานมีอยู่จริง” พระนิพพานคือสถานที่อยู่ของจิตทั้งหลาย ที่ตัดกิเลสได้หมดจดแล้ว เป็นจิตที่ปฏิเสธการเกิดใหม่ ไม่ปรารถนาจะมีร่างกายคือธาตุ 4 อีกแล้ว แม้นร่างกายเทวดานางฟ้าพระพรหมก็ไม่ต้องการ (เพราะมีการเกิด-ดับตามบุญกรรมเช่นเดียวกัน แล้ววนเวียนพลาดมาเกิดในโลกนี้ตามเดิม)
__”กิเลส ตัญหา อุปทาน” คือ สิ่งที่ใช้จับยึดเหนี่ยวล่อลวงจิตใจไว้กับร่างกาย มีอาการรัก-โลภ-โกรธ-หลงในวัตถุธาตุทั้งหมด, ความสงสัยในธรรม, ความอยากได้-อยากมี-อยากเป็น อย่างนั้นอย่างนี้, ฯลฯ ล้วนเกิดจากความไม่รู้ ไม่รู้ในอริยะสัจคือความเป็นจริง ไม่รู้พระธรรมคือคำสอนของพระพุทธเจ้า ไม่เชื่อว่ากฏแห่งกรรมมีจริง ไม่มีญาณหยั่งรู้
__”ญาณหยั่งรู้” จะเกิดได้ในขณะที่จิตกำลังว่างจากกิเลส
__”จิตว่างจากกิเลสชั่วคราว” จากการฝึกถือศีล 5-8 ฝึกสมาธิในอานาปานุสติเป็นพื้นฐาน ฝึกพิจารณาธรรมคือความจริงดังกล่างข้างต้นไปแล้ว
__”จิตจะว่างจากกิเลสได้ตลอดชีวิต” (อารมณ์พระอริยะเจ้า/บุคคล ตั้งแต่พระโสดาบันขึ้นไป) จากการตัดสินอย่างเด็ดขาด กำหนดเส้นทางของตนเองในชาตินี้ว่า ทุกย่างก้าว ไม่ว่าจะทำอะไร จะมุ่งมั่นเป็นไปเพื่อเข้าสู่พระนิพพานเท่านั้น และเริ่มต้นตัดกิเลสทุกวัน กระทั้งหมดกิเลสไปจริงๆ
__”พระอริยะเจ้า/บุคคล” จะตัดกิเลสได้จริงต่อเมื่อใช้ “ปัญญา” ในการตัดกิเลสเท่านั้น ไม่ใช่จากการอ่าน-ฟัง-จดจำธรรมะได้ ปัญญาในทางธรรม คือการที่ท่านสามารถใช้ “ญาณหยั่งรู้” ได้ ญาณหยั่งรู้ช่วยในการพิสูจน์ความเป็นจริง พิสูจน์ชาติภพภูมิได้ทั้งในอดีต-ปัจจุบัน-อนาคต แม้นพระธรรมก็สามารถล่วงรู้ได้ตามความเป็นจริงว่า ธรรมอันไหนเป็นของจริงอันไหนเป็นปลอมปน บุคคลและครูบาอาจารย์ทั้งหลายปฏิบัติได้จริงหรือไม่ ไม่หลงทาง ปฏิบัติธรรมได้ถูกต้องเที่ยงตรง บรรลุมรรคผลง่าย ถึงพระนิพพานในที่สุด
__ทุกคนที่เกิดมาในดินแดนแห่งพระพุทธศาสนา หรือได้ฟังธรรม ได้อ่านธรรมอันบริสุทธินี้ ถือว่ามีบุญพอสมควร แต่บางคนก็พลาดโอกาสที่ดีไป เพราะไม่สนใจจะศึกษาหาความรู้ในธรรมะแบบจริงจัง ทำแค่อยากอวดคนอื่นเท่านั้น แม้นมีคนอื่นที่มีคุณธรรมสูงพร้อมจะสอน ก็กลับมีทิฐิมานะอวดดื้อถือตัวว่ามีเงินทองฐานะหน้าที่การงานสูงกว่า ไม่ยอมก้มหัวให้ใครเป็นครูบาอาจารย์ตน ชีิวิตแบบนี้ก็คงเหมือนชาติที่ผ่านมาแล้ว และยังคงต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกไม่รู้จบ คงต้องพบคำถามว่า “เกิดมาทำไม” อีกนานหลายชาติ

Advertisements

ต้นเหตุที่ทำให้ทุกคนเกิดความทุกข์และความสุข และวิธีการดับทุกข์

ldf84

ต้นเหตุที่ทำให้ทุกคนเกิดความทุกข์และความสุข  และวิธีการดับทุกข์
Misery
VS Happiness

ต้นเหตุที่ทำให้ทุกคนเกิดความทุกข์

สำหรับผู้เต็มไปด้วยกิเลสตัญหาอุปาทาน ยังไม่เคยขัดเกลาจิตใจ ยังไม่เกิดปัญญา ยังไม่เห็นภัยของกิเลส ยังไม่ละกิเลส ไม่ว่าเขาจะมีทรัพย์สินมากหรือน้อยเพียงใด จิตใจก็จะมีแต่ความทุกข์ โหยหาแต่เงินทอง คิดแต่หาหนทางกอบโกย สะสมทรัพย์สินสมบัติมาไว้กับตัวเองให้มากที่สุด ตลอดเวลา ไม่มีวันหยุดพัก ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักเพียงพอกิเลสทำให้เกิดความต้องการที่ไม่สิ้นสุด
ในธรรมชาติปกติของคน แม้นพากเพียรหาทรัพย์สินมาได้แล้วมากมาย แต่ถ้าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นที่รวยกว่า กิเลสตัญหาอุปทานจะทำให้เกิดความรู้สึกอิจฉาริษยา หลอกหลอนให้ตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองยังมีน้อยไปกว่าคนอื่น เป็นความทุกข์ที่เกิดจากความไม่พอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่แล้ว
กิเลสย่อมล่อลวงคนเหล่านี้ ไปคิด-พูด-กระทำทุกอย่าง เพื่อให้ได้ทรัพย์สินมาเพิ่มเติม แม้นในทางลัด ที่ผิดศีลธรรมและผิดกฏหมายก็ยอม นี่เป็นเรื่องปกติธรรมชาติของคนที่ยังไม่ขัดเกลากิเลส กิเลสปิดบังปัญญา ทำให้มองไม่เห็นความสุข ที่ตนเองมีทรัพย์สินมากมายเกินปกติธรรมดาคนทั่วไป

ต้นเหตุที่ทำให้ทุกคนเกิดความสุข

     ผู้ใดพึงพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่แล้ว จะมีความสุขได้ตามอัตภาพ จะมีมากหรือน้อยเพียงใดก็มีความสุขได้ ความสุขที่แท้จริงไม่ได้วัดที่การมีเงินทองมากมาย แต่วัดที่มีความสงบมากน้อนเพียงใด
      ผู้ศึกษาและปฏิบัติธรรม เป็นผู้หมั่นขัดเกลากิเลสออกไปจากจิตใจของตนเอง ย่อมเหลือกิเลสน้อยกว่าคนทั่วไป ย่อมรู้จักกิเลสว่ามันเกิดและดับได้อย่างไร รู้เท่าทันเมื่อกิเลสตัญหาอุปทานปรากฏขึ้นมา  จิตใจที่ถูกฝึกมาอย่างดีแล้ว ย่อมมีพลังอำนาจที่แข็งแกร่งอยู่เหนืออำนาจกิเลสตัณหาอุปทาน ย่อมมีปัญญาสามารถมองเห็นอนาคตอันยาวไกลของตนเองและผู้อื่น ย่อมมองเห็นภัยของวัฏฏะสงสารว่า ถ้าใครพลาดพลั้งทำผิดศีล 5 ตายไปจะตกนรกยาวนานอย่างแน่นอน ยิ่งถ้าเคยนั่งสมาธิกระทั้งสามารถหยั่งรู้เห็นชัดเจนว่านรกมีอยู่จริง ย่อมบังเกิดมีหิริ-โอตตัปปะ (conscience) คือละอายความชั่ว เกรงกลัวการทำบาป หมั่นตั้งสติคอยตักเตือนตัวเองไว้ตลอดเวลา ไม่ให้หลงลืมตัวไปทำบาปกรรมใดๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องไปตกนรกหลังความตาย
การพึงพอใจในทรัพย์สินของตนเอง ไม่ว่าจะมีทรัพย์สินมากหรือน้อยเพียงใด จิตใจก็มีแต่ความ “ความสงบเยือกเย็นเป็นสุข” ความสุขสงบที่ห่างไกลจากกิเลสนี้ คือสงบและสุขที่แท้จริง

 

วิธีการดับทุกข์

     ในวิถีชีวิตแบบ “ชาวพุทธ” โดยเฉพาะเหล่าพระอริยะเจ้าและบุคคลผู้มั่นคงใน “ศีล-สมาธิ-ปัญญา” แล้ว จะใช้

  1. “สติ” ในการควบคุมศีลให้เกิดความบริสุทธิ์ 
  2. “หิริ+โอตตัปปะ+พรหมวิหาร 4” ในการควบคุมศีลให้มั่นคงอยู่ได้ตลอดชีวิต 
  3. “ศีลอันบริสุทธิ์และมั่นคงได้ตลอดชีวิต”  จะเป็นต้นเหตุและปัจจัยให้เกิด “สมาธิอันบริสุทธิ์” 
  4. “สมาธิอันบริสุทธิ์” จะเป็นต้นเหตุและปัจจัยให้เกิด “ญาณหยั่งรู้อันบริสุทธิ์” 
  5. “ญาณหยั่งรู้อันบริสุทธิ์” จะเป็นต้นเหตุและปัจจัยให้เกิด “ปัญญาอันบริสุทธิ”
  6. “ปัญญาอันบริสุทธิ” จะเป็นต้นเหตุและปัจจัยให้ตัดกิเลสได้หมดสิ้นไปโดยไม่เหลือ หยั่งถึงและเข้าสู่พระนิพพานได้ในที่สุด

    การประคับประคองตนเองให้มีสติและปัญญาได้ทั้งวัน ทุกวัน เป็นพื้นฐานสำคัญแรกสุด เพราะสติใช้ตรวจสอบตนเองได้ รู้เท่าทันจิตใจและกิเลสของตัวเองได้ ตราบใดที่ไม่สำเร็จอรหันต์ แม้นมีกิเลสตัญหาอุปทานกำเริบขึ้นมาบ้าง ในบางครั้งคราว แต่ก็สติจะดึงหน่วงรั้งจิตใจไว้ ไม่ให้ผู้ปฏิบัติธรรมหลงทางไปทำความผิดกฏหมายศีลธรรม ผู้แฏิบัติธรรมจึงมีปัญหาน้อย ทุกข์น้อย ถึงมีทุกข์ทางกายใจบ้างก็ทุกข์ไม่นาน เพราะมีภูมิปัญญาสูง สามารถเรียนรู้วิธีแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องไปถามใคร    

     แม้นชีวิตของทุกคนยังจำเป็นต้องขยันทำงานหาเงินยังชีพให้กับตนเองและครอบครัว แต่เราก็สามารถเลือกวิถีชีวิตของตนเองได้ ถ้าต้องการชีวิตที่มีปัญหาน้อย ก็ต้องเลือกชีวิตที่เรียบง่าย เลือกทำแต่อาชีพที่สุจริตไม่ผิดกฏหมายศีลธรรมอันดีงาม ไม่คดโกงใคร ไม่แอบเบียดบังผลประโยชน์ของคนอื่นมาเป็นของตนเอง ทำงานเต็มกำลังความสามารถ ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด และพอใจกับผลของงานของตนเอง

     ท่านทั้งหลายที่กำลังมีทุกข์ ที่เกิดจากภัยของกิเลสในตนเอง จงลองคิดพิจารณาตามความเป็นจริงนี้ แล้วลองเลือกวิถีชีวิตที่ดีที่สุดให้ตนเองเถอด แล้วจะพ้นจากภัยของกิเลสอุปทานทั้งหลายไปได้ ชีวิตที่สงบสุขจะกลับคืนมาอีกครั้ง

เขียนโดย ๙[:-){_/|_|B พระนิพพานnirvana @Nirvana.AND 603721839689536

คิวอาร์โค้ดบทความนี้
https://wp.me/p1TD9H-4uc
ต้นเหตุใหญ่ที่ทำให้ทุกคนเกิดความทุกข์และความสุข
Misery VS Happiness

……………………………………….

ป.ล. ผู้อ่านที่ต้องการโอนเงินมาให้กำลังใจแก่ผู้เขียน โปรดใส่เศษ 9 บาท (ที่หลักหน่วย) ให้หมอแดงทราบว่าเป็นเงินกำนัล สำหรับให้เป็นกำลังใจให้กับผู้เขียน ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจนะครับ

วิธีใช้บริการดูดวงทางโทรศัพท์กับหมอแดง : บริการตรวจดวงชะตาทางโทรศัพท์ (และทางอินเตอร์เน็ต) พยากรณ์จากวิชา : เลข7ตัว9ฐาน + ไพ่ยิปซี + สัมผัสที่หก  ค่าบริการ 500 บาท/ดวง/5 คำถาม/ชั่วโมง (คำถามละ 100 บาท)  โอนเงินล่วงหน้าเข้า ธนาคารกสิกรไทย-ออมทรัพย์ 233-228-6407 ในนาม อดิศร นิตยาจาร  Adisorn Nittayajarn ติดต่อสอบถามและจองคิวดูดวง โทร. 081-533-3529 ในเวลา 08.00 น.-20.00 น.  (สนง.ปฐมทิพย์ Dtac. 088-059-3992, Ais. 093-240-0151, True. 096-881-7811)

รับบทความที่โพสต์ใหม่ล่าสุดทางอีเมล์ (ฟรี) : ท่านใดต้องการให้หมอแดงส่งบทความใหม่ล่าสุดไปให้อ่านทางอีเมล์-ฟรี…..มองดูที่ด้านขวามือของเว็บไซต์นี้ คอลัมภ์ที่ 2 หัวข้อชื่อ “ติดตามทางอีเมล์ (ฟรี)” Follow Blog via Email (Free)”  กดปุ่ม “ติดตาม” Follow สำหรับท่านที่ลงทะเบียนกับ WordPress.com แล้ว / กรอกอีเมล์ของท่านลงในช่องว่างด้านล่าง สำหรับบุคคลทั่วไป

ให้กำลังใจ : เมื่อท่านอ่านบทความนี้แล้ว โปรดให้คะแนนความนิยม (Rate this 1-5 ดาว)   และแชร์บทความนี้ส่งต่อไปให้กับเพื่อนๆของท่าน ที่ยังไม่รู้จักเว็บเพจนี้ด้วยครับ

เอกสาร 954 .jpg คลิกที่นี่เพื่อเปิดเอกสาร

vh50 4KBWP3 50 2KBFB3 50 1KBTwitter3 50 1KBline3 50 1KBG+4 50 2KBYouTube 1RSS WP5 40
patomtip 1

……………………………………….

วิธีดับทุกข์ทั้งปวง

วิธีดับทุกข์ทั้งปวง
To all suffering.

  • ทุกข์ทั้งปวง ล้วนมีต้นเหตุแรกสุดอยู่ที่วามไม่รู้ตามความเป็นจริง (อวิชชา)
  • ไม่รู้ตามความเป็นจริงว่า จิตใจของทุกคนที่เกิดมา ล้วนตกเป็นทาสรับใช้ของร่างกาย
  • ธรรมชาติของร่างกาย บังคับให้ทุกคนเกิดมีกิเลส ตัณหา อุปาทาน อวิชชา เพื่อหล่อเลี้ยงชีวิต และสืบเผ่าพันธ์ตนเองสืบต่อไป
  • ถ้ากิเลส ตัณหา อุปาทาน อวิชชาได้ ก็ไม่จำเป็นต้องมีร่างกาย
  • ถ้าตัดความห่วงใยในร่างกายของตนเองได้ ก็ตัดกิเลส ตัณหา อุปาทาน อวิชชาได้เช่นเดียวกัน
  • กิเลส ตัณหา อุปาทาน อวิชชา คือ ความรัก โลภ โกรธ หลง อยากได้ อยากมี อยากเป็นอย่างนั้นอย่างนี้หาที่สิ้นสุดไม่ได้ ไม่พึงพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่แล้ว มีความเชื่อมั่นในตัวเองที่ผิดไปจากความเป็นจริง ไม่รู้ในอริยสัจ 4 ตามความเป็นจริงว่า
  • 1. ทุกข์-ทุกข์มีอยู่จริง ทุกคนต้องพบเจอ และเป็นเรื่องปกติ
  • 2. สมุทัย-ต้นเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์มีอยู่จริง (ร่างกาย และกิเลส ตัณหา อุปาทาน อวิชชา)
  • 3. นิโรธ-ความสงบ คือสุขอันแท้ สุขนี้เกิดจากความสงบระงับในกิเลสตัญหาอุปทานและอวิชานั้นมีอยู่จริง แต่เนื่องจากยังไม่เคยทดลองตัดกิเลสออกใจตนเองเลย จึงไม่รู้รสชาติของความสงบ
  • 4.มรรค-วิธีดับทุกข์ให้หมดไป โดยไม่กำเริบอีก (ยึดถือในหลักของศีล-สมาธิ-ปัญญา)
  • ทุกข์ทั้งหลายจะหมดไป โดยไม่กำเริบอีก ถ้าดับที่ต้นเหตุของต้นเหตุของต้นเหตุ กระทั้งถึงที่สุดของต้นเหตุ จึงจะดับทุกข์ได้จริง ดับที่กิเลส ตัณหา อุปาทาน อวิชชา
  • จะดับกิเลสได้จริง ต้องเริ่มจากการถือศีล 5 ให้บริสุทธิ์ไปตลอดชีวิต
  • ศีลจะมั่นคงเปตลอดชีวิต ถ้ามีหิริ-โอตัปปะ ละอายจะทำความชั่วและเกรงกลัวผลของบาปกรรม และพรหมวิหาร 4 มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นเครื่องเตือนสติกำกับศีลไว้ให้มั่นคงได้จริง
  • ขอให้ลูกค้าและผู้ที่กำลังมีทุกข์หนัก ทดลองหันไปค้นหาความกิเลสตัญหาอุปทานและอวิชชาของตนเอง แล้วปรับปรุงตัวเอง แก้ไขตนเองให้มากที่สุด แค่นี้ชีวิตท่านก็จะดีขึ้นเห็นผลรวดเร็ว
  • คนใดกำลังมีทุกข์หนัก แต่ไม่มีศัทธา หรือไม่มีเงินจะดูดวง ขอบอกว่าถ้าจะแก้ไขปัญหาชีวิตไม่จำเป็นต้องดูดวงก็ได้ครับ  ชีวิตจะดีขึ้นถ้าท่านสามารถปรับปรุงตัวเองได้
  • ทุกข์ทั้งหมดล้วนเกิดจากกิเลสของตนเอง
  • คนที่มองเห็นความบกพร่องผิดพลาดของตัวเองได้ด้วยตนเอง แล้วแก้ไขตัวเองได้ ถือว่าเป็นบัญฑิตที่แท้จริง

……………………………………….

บริการดูดวงทางโทรศัพท์ vb45(คลิกอ่านรายละเอียด)
บริการดูดวงทางโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ท
ค่าบริการ 500 บาท/ดวง/5 คำถาม/ชั่วโมง (หรือคำถามละ 100 บาท)
ใช้วิชา : เลข7ตัว9ฐาน+ไพ่ยิปซี+สัมผัสที่หก
โอนเงินล่วงหน้าเข้า ธ.กสิกรไทย 233-228-6407
ในนาม อดิศร นิตยาจาร Adisorn Nittayajarn
ให้บริการในเวลา 09.00 น.-21.00 น.
โทร. Dtac 081-533-3529, Ais 093-240-0151, True 096-881-7811
โดยโหร.อดิศร นิตยาจาร (หมอแดง)

vh50 4KBWP3 50 2KB FB3 50 1KB Twitter3 50 1KB line3 50 1KB G+4 50 2KB YouTube 1 RSS WP5 40
patomtip_jpeghttp://wp.me/p1TD9H-4k9
วิธีดับทุกข์ทั้งปวง
To all suffering.

ศีล 5 : ทำไมทุกคนจึงควรรักษาศีล?

ศีล 5 : ทำไมทุกคนจึงควรรักษาศีล?
Canon 5 : Why should anyone treat the canons?

ธรรมชาติของทุกคนในโลกนี้ ย่อมต้องการความมีอิสระ และความเท่าเทียมกันในทุกๆด้าน ทุกคนชอบเรียกร้องหาประชาธิปไตย แต่ในความเป็นจริง…คนที่เรียกร้องหาอธิปไตยกลับทำในสิ่งตรงกันข้ามกับที่ตัวเองเรียกร้อง

ธรรมชาติของทุกคนคือชอบเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นๆ พยายามพัฒนาตัวเองให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม (แปลว่าถ้าจัดให้ไปอยู่ในป่าดงดิบเพียงคนเดียว คนนั้นจะไม่พัฒนาตนเองเลย) ทุกคนย่อมทำทุกอย่างเพื่อให้ชีวิตของตนเองดีขึ้น ปลอดภัยขึ้น ข้อเสียของคนคือมีเป้าหมายจะพัฒนาตนเองไปถึงจุดที่สามารถยืนอยู่เหนือกว่าทุกคน สูงกว่าคนทุกคน พยายามอยู่เหนือกฏหมาย พยายามอยู่เหนือศีลธรรม พยายามอยู่เหนือกฏแห่งกรรม นี่เป็นธรรมชาติดิบเถื่อนที่มีอยู่ในจิตใจโดยไม่ต้องมีใครสอนก็คิดเองได้ (ก่อนที่จะมีใครสักคน มาบอกความจริง ว่ายังมีทางอื่นที่ดีกว่า ที่ท่านสามารถอยู่ในโลกนี้ได้โดยไม่ต้องเหยียบบนกระบานหัวคนอื่นๆเพื่อไต่ขึ้นไปหาที่สูงกว่า ไม่ต้องรบราฆ่าฟันกับใคร อยู่อย่างไรจึงจะมีสันติสุข สันติสุขคืออะไร แก้ไขจิตใจที่ตรงไหนบ้าง ทำอย่างไรจึงจะมีสันติสุขตลอดไป)

เหตุที่ทุกคนกระทำอย่างนั้น เพราะทำตามสัญชาติญาณปกป้องตัวเอง เหมือนสัตว์ทั่วไป และเป็นเพราะทุกคนเคยมีประสบการณ์ เคยถูกคนอื่นกดขี่ข่มเหงรังแกกลั่นแกล้งเกเรพ่ายแพ้ ทุกคนสะสมความแค้นเอาไว้มากมาย จึงพยายามจะปรับเปลี่ยนชีวิตของตนเองให้เกิดมีพลังอำนาจบางอย่างเพื่อนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาชีวิต ใช้ในการต่อรอง สร้างอำนาจความมั่นคงให้ตนเองมากขึ้น ทั้งในด้านชีวิตส่วนตัว หน้าที่การงาน การเงิน ทรัพย์สิน สุขภาพ ฯลฯ ปกป้องทุกคนในครอบครัวของตนเอง บางคนพัฒนาก้างล้ำไปถึงปกป้องสังคม ปกป้องประเทศชาติ ปกป้องโลกเลยก็มี

ความกลัว+สมอง ใช้ความคิดหาทางแก้ไขปัญหานี่แหละ ที่เป็นต้นเหตุสำคัญ ที่ทำให้มนุษย์ริเริ่มคิดค้นผลิตอาวุธประจำตัว เพื่อใช้ป้องกันภัยอันตรายทั้งหลาย ไม่ให้เข้ามาทำอันตรายตัวเองและสมาชิกในครอบครัว พัฒนาไปถึงสร้างอาวุธร้ายแรงเพื่อปกป้องสังคม-เมือง-ประเทศชาติ-โลก  แล้วพัฒนาต่อยอดล่วงเลยเตลิดคิดไปถึงการสร้างอาวุธใหญ่ร้ายแรงเพื่อทำลายล้างศัตรูได้ที่ละหลายๆคน หรือทั้งหมดเลยเพียงแค่กดปุ่มเดียว หรือพูดออกคำสั่งเพียงคำเดียวคนที่ร่วมอุดมการณ์ระดับล่างๆลงมาก็ยอมเสียสละชีวิตพลีชีพเพื่อข่มขวัญและทำลายศัตรู (คำพูดถือเป็นอาวุธร้ายแรงอย่างหนึ่ง)

ทั้งหมดนี้คือความแค้น และการแก้แค้น (ที่เกินความจำเป็น) และพลาดพลั่งไปก่อเหตุที่เกินเลย พลาดไปกระทบกับผู้บริสุทธิ์ที่ไม่ใช่ศัตรู ไม่ใช่คู่กรณี แล้วก่อให้เกิดความแค้นในวงกว้างขึ้น ลุกลาม บานปลาย ใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ โต้ตอบกันไป โต้ตอบกันมา หาที่สิ้นสุดความแค้นไม่ได้ มีแต่จะก่อให้เกิดแค้นมากขึ้นทั้งสองฝ่าย ดูจากข่าวในบ้าน-เมือง-ทั่วโลก ก็จะเห็นว่าเป็นเช่นนี้จริงๆ เหมือนกันหมด

การแก้แค้นเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาต่อเนื่อง วนเวียน เป็นวัฏฏะสงสาร เป็นการเกิดมาเพื่อฆ่ากันเอง เพราะเคยอาฆาตแค้นกันมา (การเกิดมาเพื่อเข่นฆ่ากัน ถือว่าเสีียชาติเกิดไปอีกหนึ่งชาติ แทนที่จะเกิดมาเพื่อสร้างบุญสะสมความดีงาม หาความสงบสุขไม่ได้ไปตลอดชีวิต เพราะเลือกวิธีแก้ไขปัญหาผิดวิธี)

พระพุทธเจ้าท่านมองเห็นสิ่งเหล่านี้ พิจารณาตามความเป็นจริง ตั้งแต่ก่อนออกบวช ท่านมีความเมตตาสูง  จึงค้นหาวิธีให้คนเลิกทะเลาะกัน เลิกอก่อสงครามเข่นฆ่ากัน ในที่สุดท่านก็พบว่า การให้อภัยเป็นทาน หยุดยั้งการจองเวรได้จริง และทำให้เกิดสันติสุขได้จริง ต้องมีสักฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่าย ที่ยอมให้อภัยเป็นทาน เลิกจองเวรซึ่งกันและกัน วัฏฏะนั้นจึงจบสิ้นไปได้จริงๆ (เหมือนเมืองไทยกับเมืองพม่า ถ้าเมืองพม่าไม่ถูกยึดครองโดยอังกฤษ วันนี้เมืองไทยอาจยังคงรบกับเมืองพม่าเหมือนสมัยโบราณ ไม่มีใครยอมใคร รบกันด้วยต้นเหตุเรื่องอะไรไม่มีใครรู้ รู้แต่ถ้าหัวหน้าสั่งให้รบ ทหารก็ต้องรบ ฆ่ากันทั้งที่ไม่รู้จักหน้ากันเลย ไม่เคยมีเหตุให้ฆ่า แต่ต้องทำเพราะหน้าที่)

แต่ใครละ ที่จะฝ่ายยอมเสียเปรียบ ใครจะเป็นฝ่ายเสียสละ ยอมให้อภัยเป็นทาน ไม่คิดจองเวรอีกต่อไป คำตอบคือตัวท่านเองไง ท่านบังคับคนอื่นไม่ได้ แต่บังคับตนเองได้ แก้ไขที่ตัวเองง่ายที่สุด เป็นไปได้ที่สุด สำเร็จแน่นอนถ้าตัดสินใจแล้วทำจริงๆ  ไม่มีประโยชน์จะไปค้นคว้าหาข้อมูลในอดีตที่ผ่านมาแล้วว่า “ใครทำผิดก่อน” แค่หยุดจองเวรที่ตัวเราเอง กรรมทั้งหลายที่ทำกับคู่กรรมคนนั้นมาก็จะสิ้นสุดลงไปทันที (ยังเหลือกรรมที่ทำกับคนอื่นอีกเยอะเลย  ค่อยแก้ไขตามกรรม ตามโอกาส ตามวาระ ตามความเหมาะสม ตามกำลังใจในขณะนั้น ถ้ากำลังไม่ถึง ทำปลอมๆ จะไม่ได้ผลอะไร)

ถ้าท่านเข้าใจข้อความข้างบนนี้ แสดงว่าท่านมีปัญญา สามารถมองเห็นทางออกได้จริงอย่างทะลุแจ้งแทงตลอด ถ้าจะให้เข้าใจง่าย บางทีท่านต้องไปเดินบุกป่าเข้าไปในป่าดงดิบเหมือนพระเดินธุดงค์ ป่าที่มากไปด้วยงูพิษและเสือสัตว์ร้ายมากมาย ที่สามารถทำอันตรายท่านได้ตลอดเวลา  พระท่านต้องถือศีล 227 โดยบริสุทธิ์และมั่นคงแล้ว ต้องทำบุญสะสมบารมีมากมาย จึงจะเกิดความมั่นใจ เดินธุดงค์ได้ พระธุดงค์มีกิจสำคัญที่ต้องแผ่เมตตาบุญบารมีตนเองออกไปโดยรอบ แผ่เมตตาให้สัตว์และเทวดาทั้งหลาย รับรู้ว่าท่านมีความจำเป็น จะขออนุญาติเดินทางผ่านป่านี้ ขอให้สัตว์และเทวดาทั้งหลายอย่าทำอันตราย ขอให้เดินทางและพักพิงได้อย่างสะดวกปลอดภัย (ถ้าถือศีลปลอมเสร็จทุกราย)

ต่อไปนี้คืออานิสงค์ ผลของบุญ สำหรับท่านตัดสินใจจะถือศีล 5 ไปตลอดชีวิต (หลักศาสนาพุทธ-เส้นทางสายพระนิพพาน-อารมณ์พระโสดาบัน)

  1. เป็นคนไม่มีศัตรู จึงอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน….ไม่ค่อยเจ็บไข้ได้ป่วย ไม่เป็นโรคร้าย ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ…..เมื่อท่านไม่เคยฆ่าใคร ไม่เคยทำอันตรายใคร ก็ไม่มีเหตุให้ใครคิดมาฆ่าหรือทำอันตรายท่าน (จริงไหม…ยกเว้นมีกรรมเก่าจรมา กรรมที่ท่านเคยทำมาแต่ชาติก่อน ตามมาสนองทันพอดี ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น ท่านก็ไม่ควรโต้ตอบ ไม่ควรแก้แค้น ไม่คิดอาฆาตพยาบาทจองเวร เพื่อจะได้ไม่ต้องไปเกิดใหม่ ดักรอคอยหาโอกาสฆ่าหรือทำอันตรายเขาในชาตินี้-ชาตหน้า เป็นวัฏฏะ-คือการอาฆาต ไปเกิดเพื่อดักรอแก้แค้นกลับคืน สลับกันไป สลับมา อย่างนี้ไม่มีที่สิ้นสุด)
  2. ชีิวิตจะมีความราบรื่นตามฐานะ ตามสมควร….ศีล 5 นั้นมีความหมายครอบคลุมกฏหมายทุกชาติภาษาในโลกนี้….ใครอยู่ในศีล 5 มั่นใจได้เลยว่าท่านจะไม่ทำผิดกฏหมายใดๆในโลกนี้อย่างแน่นอนที่สุด ชีวิตที่ไม่ทำผิดกฏหมายศีลธรรม ย่อมเป็นชีวิตที่ดี ไม่ต้องหนีตำรวจหรือหนีกฏหมายเข้าป่าเขาลี้ภัย คนอยู่ในศีล 5 อิสระสูงสุด จะเดินทางไปไหนใกล้ไกลเข้าสังคมใดก็ไม่มีใครรังเกียจ ไม่มีใครนินทาว่าร้าย
  3. เป็นคนมีเสนห์ ….มีเมตตามหานิยม จะพูดคุย จะเดินทางไปไหน ก็มีแต่คนรักใคร่นับถือ ไม่มีคนรังเกียจ (ยกเว้นคนนินทามีบ้าง-เป็นเรื่องปกติ)
  4. เป็นก้าวแรกที่จะเดินทางไปสู่ความพ้นทุกข์ทั้งปวง…พระวิสุทธิสรรค (เส้นทางสายพระนิพพาน) กล่าวไว้ว่า ให้พิจารณาและยึดหลักปฏิบัติใน “ศีล-สมาธิ-ปัญญา” ให้พร้อมถึงความบริสุทธิ์ เพื่อให้เข้าถึงซึ่งพระนิพพานฯ ผู้ที่ตัดสินใจรับปฏิปทานี้ จะต้องเริ่มจากศีล 5 มรรคผลขั้นต้นคือจะได้เป็น “พระโสดาบัน” ขึ้นไป จะมีเทวดาอารักษ์คอยปกป้องคุ้มครองไปตลอดชีวิตจนกว่าจะเข้าสู่พระนิพพาน ศีลที่บริสุทธิ์ เป็นเหตุให้ได้สมาธิบริสุทธิ์ (ญาณหยั่งรู้ตามความเป็นจริง) และเกิดปัญญาญาณอันบริสุทธิ์ (สามารถตัดกิเลสได้ง่าย ตัดกิเลสบ่อยๆจะไม่เหลือเชื้อ) พ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้จริง เรื่องนี้ต้องลองปฏิบัติเอาเอง เชิญทุกคนพิสูจน์ก่อนจะวิจารณ์ใดๆ แต่ต้องตั้งค่าไว้ที่รักษาศีล 5 ตลอดชีวิต และทำได้ตลอดชีวิตจริงๆ ถ้าทำปลอมๆจะไม่ได้ผลดังกล่าว
  5. ตราบใดที่ยังไม่ตายไป วิถีชีวิตจะอยู่เหนือดวงชะตาเดิม สามารถบริหารจัดการให้เป็นไปอย่างไรก็ได้ ตามต้องการ (ทดลองทำตามเอกสาร 971)

ท่านใดสงสัยโปรดอย่าด่วนหมิ่นประมาท อย่าด่วนปรามาสคำแนะนำนี้ ขอให้ลองปฏิบัติก่อนจะได้ผลง่ายชัดเจน ถ้าปรามาสก่อนลองปฏิบัติจะไม่ได้ผลชัดเจน ใครที่โมโหว่าทำดีแล้วไม่ได้ดี เหตุเพราะเคยปรามาสคนอื่นไว้มาก่อน กรรรมจึงตามสนองคืน

……………………………………….

บริการดูดวงทางโทรศัพท์ vb45(คลิกอ่านรายละเอียด)
บริการดูดวงทางโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ท
ค่าบริการ 500 บาท/ดวง/5 คำถาม/ชั่วโมง (หรือคำถามละ 100 บาท)
ใช้วิชา : เลข7ตัว9ฐาน+ไพ่ยิปซี+สัมผัสที่หก
โอนเงินล่วงหน้าเข้า ธ.กสิกรไทย 233-228-6407
ในนาม อดิศร นิตยาจาร Adisorn Nittayajarn
ให้บริการในเวลา 09.00 น.-21.00 น.
โทร. Dtac 081-533-3529, Ais 093-240-0151, True 096-881-7811
โดยโหร.อดิศร นิตยาจาร (หมอแดง)

vh50 4KBWP3 50 2KB FB3 50 1KB Twitter3 50 1KB line3 50 1KB G+4 50 2KB YouTube 1 RSS WP5 40
patomtip_jpegศีล 5 : ทำไมทุกคนจึงควรรักษาศีล?
Canon 5 : Why should anyone treat the canons?
http://wp.me/p1TD9H-4dO

1 เมษายน 2560 เป็นวันเสาร์ห้า

วันเสาร์ห้า

1 เมษายน 2560 วันนี้เป็นวันเสาร์ห้า (ขึ้นห้าค่ำเดือนห้า) ฤกษ์เป็นมงคล เหมาะสำหรับการปลุกเสกวัตถมงคล หมอแดงจะทำพิธีไหว้ครูและอัญเชิญครูบาอาจารย์ทั้งหมดมาปลุกเสกวัตถุมงคลเก่า+ใหม่ ไว้สำหรับให้ลูกค้าหมอดู ที่มีศัทธาสูง สำหรับเช่าบูชา เก็บไว้เป็นที่ระลึก ป้องกันตัว และมงคลแก่ชีวิต วัตถุมงคลนี้ได้แก่ลูกแก้ว เทียนไฟฟ้า และอื่นๆ รวมไปถึงดวงชะตาลูกค้าเก่าใหม่ทุกท่านที่ให้ข้อมูลหมอแดงมา พิธีจะมีสองรอบ 13.00 – 14.00 น. และ 22.00 – 23.00 น. ช่วงละ 1 ชั่วโมง ถ้าลูกค้าท่านใดชื่นชอบ มีความศัทธาสูง ต้องการสัมผัสกับกระแสเมตตาจิตของหมอแดงและครูบาอาจารย์ ในช่วงเวลาดังกล่าว ขอให้ทดลอง
1. หลับตา
2. เข้าสมาธิสูงสุดของตนเอง
3. นึกถึงพระพุทธรูปที่ตนเองชื่นชอบ (เนรมิตขึ้นมาในใจ)
4. ขอพรให้สามารถรับ-ส่งกระแสจิต เชื่อมต่อกับหมอแดงได้โดยง่าย
5. แล้วรอดูผลการขอพรนั้น
6. สักครู่…(ภายใน 1 นาที) ภาพพระพุทธรูปที่ท่านกำหนด กำลังเพ่งอยู่ จะสูญหายไป เกิดความว่างขึ้นมาแทนที่ ให้ท่านสัเกตุว่าได้ภาพอะไรขึ้นมาแทนที่ ให้นั่งสมาธิดูภาพนั้นไปเรื่อยๆ อย่าเพิ่งตั้งความสงสัยใดๆ เพราะจะทำให้ภาพนั้นล้มหายไป ให้นั่งดูไปเรื่อยๆ เหมือนนั่งดูภาพยนต์ จนกว่าจะหมดข้อความที่ครูบาอาจารย์ต้องการจะบอก หรือสมาธิถอนออกมาเอง ให้รีบจดบันทึกสิ่งที่ตนเองสัมผัสได้ เขียนโดยย่อ แชร์ลงใน FB หรือ LINE ของหมอแดงในทันทีที่มีโอกาส
7. ในรอบ 13.00 – 14.00 น. ถ้าเห็นตัวเลขด้วย ให้เขียนลงแชร์ลงไปด้วย (จุดประสงค์เพื่อตรวจสอบคุณภาพของสมาธิของท่านเอง จงทำแบบสนุกๆขำๆ จึงจะได้ผลสำเร็จดีท่สุด ห้ามเอาเลขชุดนั้นไปบอกใครในเชิงอวดฤทธิ์ และห้ามซื้อหวยเองโดยเด็ดขาด การโพสต์กระดานสนทนาส่วนตัวใน FB และ LINE ของหมอแดง จะไม่มีใครเห็นข้อความนั้นๆครับ)
8. ในรอบ 22.00 – 23.00 น.ถ้าผู้ใดต้องการสัมผัสกระแสจิตเมตตาของหมดแดงและครูบาอาจารย์อีกครั้ง ให้ทำเหมือนเดิม แต่ให้ตั้งความว่างจากกิเลสเป็นอารมณ์ ทำเหมือนว่าตนเองใกล้กำลังจะตายในเวลานั้น ตัดความห่วงในร่างกายคนเองและทุกคนในครอบครัวทิ้งไป ไม่อาลับในทรัพย์สินทั้งปวง ตั้งค่าไว้ว่าถ้าตายจริงจะไปพระนิพพาน ช่วงนี้ลูกค้าอาจเห็นสภาพของสถานที่อันเป็นทิพย์ เช่น ป่าหิมพานต์ สวรรค์ พรหม และพระนิพพานได้ เทคนิคคือขอให้ลูกค้าทำใจให้เสมือนเป็นพระอรหันต์ (แบบชั่วคราว 1 ชั่วโมงก็เก่งแล้ว นอกเวลานี้ก็เป็นคนตามปกติเหมือนเดิม) ก็จะสามารถสัมผัสกับกระแสเมตตาจิตของหมอแดงและครูาอาจารย์ได้อย่างแน่นอน

(บทความนี้ หมอแดงมีเจตนาจะบอกวิธีการฝึกสมาธิ ในแบบมโนมยิทธิ แบบง่ายๆ สำหรับผู้สนใจ เจตนาผู้เขียนคือต้องการให้ทุกวัน เป็นวันที่ดีของชาวพุทธ ไม่งมงายไปกับวิธีฝึกสมาธิอื่นๆที่ตรวจวัดปริมาณคุณภาพไม่ได้ โปรดงดวิจารณ์ในสิ่งที่ตัวเองทำไม่ได้ เพราะเป็นการโชว์ความไม่รู้(โง่)ของตัวเองให้คนอื่นเห็น)

………………………………………….

บริการดูดวงทางโทรศัพท์ vb45(คลิกอ่านรายละเอียด)
บริการดูดวงทางโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ท
ค่าบริการ 500 บาท/ดวง/5 คำถาม/ชั่วโมง (โปรโมชั่น : คำถามละ 100 บาท)
ใช้วิชา : เลข7ตัว9ฐาน+ไพ่ยิปซี+สัมผัสที่หก
โอนเงินล่วงหน้าเข้า ธ.กสิกรไทย 233-228-6407
ในนาม อดิศร นิตยาจาร Adisorn Nittayajarn
ให้บริการในเวลา 08.00 น.-20.00 น. (หยุดวันพระ)
โทร. Dtac 081-533-3529, Ais 093-240-0151, True 096-881-7811
โดยโหร.อดิศร นิตยาจาร (หมอแดง)

vh50 4KBWP3 50 2KB FB3 50 1KB Twitter3 50 1KB line3 50 1KB G+4 50 2KB YouTube 1 RSS WP5 40
patomtip_jpeghttp://wp.me/s1TD9H-1446

ความสุขอยู่ที่ไหน?

ความสุขสงบ
Happy peace

  • ชีวิตที่มีความสุขสงบ เป็นรูปแบบของคนที่มีนิสัยมักน้อย สันโดษ ปลีกวิเวก ไม่วุ่นวายกับใคร ใช้ชีวิตเรียบง่ายสบายๆ ไม่ฟุ่มเฟือย ขยันทำงานหาเงิน ถึงเริ่มต้นจากคนจน แต่จะร่ำรวยในที่สุด รวยก็ไม่มีใครรู้ เพราะไม่ได้บอกใคร ใช้ชีวิตตามปกติเหมือนเดิม ความสุขที่แท้จริงต้องได้มาจากความสงบ สงบจากกิเลสตัญหาอุปทานทั้งปวง จะเป็นคนรวยหรือยากจนก็มีความสุขได้ ถ้าพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่แล้ว จะอยู่ที่ใดก็มีความสุข
  • ชีวิตที่ขาดความสุขสงบ เป็นรูปแบบของคนที่มีนิสัยมักมาก ไม่รู้จักความพอดี มีความต้องการอยากได้อยากเป็นแบบไม่สิ้นสุด (แบบคนวันอาทิตย์) ถึงจะร่ำรวยมากเพียงใด ก็รู้สึกว่าตนเองยากจน (กว่าคนที่รวยกว่า) ชอบเข้าสังคม อ่านข่าวสารและติดต่อสื่อสารไปทั้งวันโดยไม่ได้สาระอะไร เห็นอะไรก็อยากได้ไปหมด รู้สึกว่าตนเองยังขาดสิ่งนั้นสิ่งนี้ไปตามกิเลสตัญหาอุปทานชักนำ ชีวิตจึงมีแต่ความร้อนรนกระวนกระวาย เหมือนวิ่งแข่งขันกับคนอื่นไปเรื่อยๆโดยไม่มีเส้นชัย อิจฉาตาร้อนเมื่อเห็นคนอื่นทำได้ดีกว่า คนอื่นมีความสุขมากกว่า ไม่พิจารณาว่าตนเองก็รวยแล้ว กินใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด แต่ก็ต้องการมีทรัพย์สินเงินทองมากกว่าเดิม อยากอยู่เหนือคนทั้งโลก (เป็นโรคจิตประเภทหนึ่ง อยากครอบครองโลก) พอเพลอใจไปทำผิด ไปกีกกันคดโกงทรัพย์สินเงินทองของญาติพี่น้อง-บ้าน-เมือง กว่าสติจะมา ก็ทำผิดกฏหมาย-ศีลธรรมไปแล้ว  เพราะไม่มีใครช่วยห้ามปราม หลงพอกพูนกิเลสของตนเองไว้มานาน กระทั้งล้นออกมาให้คนอื่นเห็น สุดท้ายไปจบตรงที่ไม่เหลือศักดิ์ศรีอะไรเลย ต้องหลบซ่อนตัว อับอายสังคม ไม่มีใครอยากคบหาพูดคุยด้วย ไม่มีความสุข
  • ทางแก้ไขไม่ยากเลย แค่ยอมรับกับตัวเองว่าตัวเองหลงทำผิดไปแล้ว จัดการคืนทรัพย์สินเงินทองที่ตนเคยกีดกันลักขโมยคดโกงจากญาติพี่น้องเพื่อนฝูงบ้านเมืองไปแล้วมาคืนเจ้าของเดิม โทษทั้งหลายก็จะเบาบางลง หรือหมดไป ศักดิ์ศรีก็คืนมา สังคมไทย เป็นสังคมชาวพุทธ พร้อมจะให้อภัยคนที่กลับตัวกลับใจได้เสมอ

………………………………….

บริการดูดวงทางโทรศัพท์ vb45(คลิกอ่านรายละเอียด)
บริการดูดวงทางโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ท
ค่าบริการ 500 บาท/ดวง/5 คำถาม/ชั่วโมง (โปรโมชั่น : คำถามละ 100 บาท)
ใช้วิชา : เลข7ตัว9ฐาน+ไพ่ยิปซี+สัมผัสที่หก
โอนเงินล่วงหน้าเข้า ธ.กสิกรไทย 233-228-6407
ในนาม อดิศร นิตยาจาร Adisorn Nittayajarn
ให้บริการในเวลา 08.00 น.-20.00 น. (หยุดวันพระ)
โทร. Dtac 081-533-3529, Ais 093-240-0151, True 096-881-7811
โดยโหร.อดิศร นิตยาจาร (หมอแดง)

vh50 4KBWP3 50 2KB FB3 50 1KB Twitter3 50 1KB line3 50 1KB G+4 50 2KB YouTube 1 RSS WP5 40
patomtip_jpeg

http://wp.me/p1TD9H-49k

วันนี้เป็นวันดี

20170224_001207_android

วันนี้เป็นวันดี
Today is a good day.

อา. 5 มีนาคม 2560…….วันนี้เป็นวันดี.

     วันนี้เป็นวันฤกษ์งามยามดี ฤกษ์อย่างนี้เป็นมหามงคลอย่างยิ่ง เหมาะสำหรับเริ่มต้นชีวิตใหม่ ริเริ่มทำการค้าใดจะค้าขายเจริญรุ่งเรือง เหมาะจะขยายกิจการสาขา ปรับปรุงต่อเติมชีวิตและหน้าที่การงานให้มีความก้าวหน้าและมั่นคง ควรพาสมาชิกทุกคนในครอบครัวไปเที่ยวใกล้ไกล ให้เกิดความรักความอบอุ่น เป็นหน้าที่ของหัวหน้าครอบครัวที่ดี
ถ้าผู้ใดปฏิบัติธรรมในวันนี้ จะมีความก้าวหน้าเป็นพิเศษ…ผู้ใดอยากมีความสุขมาก ทุกข์น้อย ให้พิจารณาวิปัสสนาพระกรรมฐาน 40 ในหมวด “ร่างกาย” ดังต่อไปนี้ :

  1. “ร่างกาย” ของเราและของทุกคน ประกอบด้วยธาตุ 4 ดิน-น้ำ-ลม-ไฟ มีอาการเกิด-แก่-เจ็บ-เสื่อมคลาย-ตายไป นี่เป็นเรื่องปกติธรรมดา ไม่มีใครหนีพ้นไปได้ การยอมรับความจริงนี้ จะทำให้มีสติ ไม่ประมาทในความตาย มั่นคงในศีล-ธรรมไม่เสื่อมคลาย เป็นเหตุให้เกิดปัญญา มองเห็นสัจธรรม-คือทุกอย่างตามความจริง เห็นหนทางพ้นจากทุกข์ทั้งปวง
  2. “จิตใจ” เป็นวิญญาณ สามารถรับสัมผัสและความรู้สึกทั้งปวงได้ “เป็นพลังงานอย่างหนึ่ง” ที่สิงสถิตย์อาศัยอยู่ในร่างกายเพียงชั่วคราว เมื่อร่างกายหมดอายุไขตายไป จิตวิญญาณก็หาที่อยู่ใหม่ วนเวียนว่ายตายเกิดในชาติภพ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ด้วยแรงรักเกียจริษยาอาฆาต ด้วยเจตนาของตนเอง ที่หลงไปยึดเหนี่ยวรั้งผูกพันห่วงใยในลูกหลานและทรัพย์สินทั้งปวง
  3. “ทรัพย์สิน” เป็นเพียงวัตถุธาตุ ที่ประกอบด้วยธาตุ 4 เหมือนกับร่างกาย เมื่อกาลเวลาผ่านไปนานๆ ล้วนต้องแปรเปลี่ยนและเสื่อมสลายตัวแตกดับไปในที่สุด
    แม้นกระทั้ง “เพชร” ที่นับว่าเป็นทรัพย์สินที่มีราคาแพงสูงสุด ดั้งเดิมของเพชร ก็คือซากพืชซากสัตว์ที่ทับถมและถูกแรงกดบีบอัดของพื้นผิวโลก ทำให้ค่อยๆแปรเปลี่ยนกลายสภาพไปเป็นเพชร ในที่สุด การเปลี่ยนแปลงเป็นปกติของโลกนี้
    วัตถุธาตุทั้งหลาย สภาพแท้จริงเป็นสิ่งที่ว่างเปล่า แม้นนักวิทยาศาสตร์เองก็ยังยืนยันว่าเป็นเช่นนั้น เมื่อใช้กล้องอิเล็คตรอนและเครื่องมือใดๆไปส่องดูหารูปร่างที่แท้จริงของวัตถุธาตุทั้งหมด ก็จะพบว่า องค์ประกอบที่เล็กที่สุด ก็คือ อิเล็กตรอน+โปรตรอน+นิวตรอน ซึ่งมีสภาพจริงเป็นเพียง “พลังงาน” วิ่งพล่านๆไปมา ไม่หยุดนิ่ง ไม่มีใครเห็นรูปร่างที่แท้จริง แต่วัดค่าเป็นพลังงานได้ สรุปว่า ทุกสิ่งที่เราเห็น เป็นเพียงแสงสีเสียงที่สะท้อนเข้าตาเข้าหู ที่เราสามารถสัมผสจับต้องได้ ก็เพราะมือของเราและวัตถุธาตุทั้งหลาย ต่างก็มีพลังงานแม่เหล็ก ที่ดูด+ผลักดันไว้ในเวลาเดียวกัน จึงรู้สึกถึงสัมผัสนั้นได้ จับต้องได้ สิ่งที่สัมผัสคือ “พลังงานกับพลังงาน” ที่เป็นสิ่งว่างเปล่าทั้งคู่ ไม่มีตัวตนเป็นชิ้นเหมือนที่ตามองเห็น ทรัพย์สินของมีค่าทั้งหลายในโลกนี้ จึงเป็นเพียงพลังงานเท่านั้น เป็นพลังงานว่างเปล่าที่ทุกคนเข้าใจผิด หลงใหลในสมมุติ ต้องการมาไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้ล่วงรู้ซึ้งถึงความเป็นจริงที่ซ่อนอยู่
  4. “ความตาย” ให้พิจารณาต่อไปอีกว่า เมื่อทุกคนตายไปแล้ว ทุกคนต้องทิ้งทรัพย์สิน (อันว่างเปล่า) นี้ไปทั้งหมด ทิ้งไว้ให้ลูกหลานยึดถือครอบครอง หลงผิดกันต่อไป ถ้าลูกหลานเกิดความละโมบโลภมาก ก็แย่งชิงมรดกกัน ก่อให้เกิดกรรมและเวรที่ต้องชดใช้กันและกันในชาติชาติหน้าต่อไป เกิดวัฏฏ
  5. “สาระสำคัญของชีวิต” ให้พิจารณาสรุปว่า คนเราทุกคนเกิดมาเพื่ออะไร? อะไรที่ทำให้เราทุกคนต้องมาเกิดในชาตินี้? อดีตชาติมีจริงหรือไม่? ตายแล้วเราจะไปที่ไหน? ไปด้วยเหตุใด?
  6. สรุปว่าทรัพย์สินทั้งหลายที่มีไว้เพื่อความสะดวกสบายแก่ชีวิต แต่ถ้ามีมากเกินไป และถ้าหามาด้วยการทุจริต ก็จะกลายเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์มากกว่าสุข การรู้จักความพอดี เป็นเรื่องสำคัญต่อชีวิต ทุกคนต้องหาจุดสมดุลให้พบเจอ การรู้จักพอใจในทรัพย์สินของตนเอง จะทำให้ความเร่าร้อนในใจหมดไป ความสงบสุขก็กลับคืนมา
  7. อย่าทำงานเพื่อเลี้ยงกิเลส เพราะหาทรัพย์สินเงินทองได้เท่าไหร่ก็จะไม่รู้จักพอ ยิ่งหาได้มากก็จะยิ่งโลภอยากได้มากกว่าขึ้นไปเรื่อยๆ ยิ่งทุกข์หนักมากขึ้นเรื่อยๆ อาจพลาดไปขาดสติไปเบียดเบียนคนอื่นในครอบครัวในสังคม ทำให้ต้องชดใช้กรรมเวรในอนาคต
  8. ฉะนั้น ทุกคนจึงควรจงทำงานเพียงเพื่อเลี้ยงชีพตนและครอบครัว “นกน้อยทำรังแต่เพียงพอดีตัว” และทำอย่างดีที่สุด ได้ผลเท่าไหร่พอใจเท่านั้น ใช้กำลังของศีล-สมาธิ-ปัญญาในการหาเลี้ยงชีพ ช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยากมากกว่าตนเองจะมีความสุขมาก
  9. ขอให้ทำงานและพักผ่อนกันอย่างมีความสุขนะครับ (ทุกคำถาม จะได้คำตอบ จากการใช้บริการตรวจดวงชะตากับหมอแดง)

………………………………….

บริการดูดวงทางโทรศัพท์ vb45(คลิกอ่านรายละเอียด)
บริการดูดวงทางโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ท
ค่าบริการ 500 บาท/ดวง/5 คำถาม/ชั่วโมง (โปรโมชั่น : คำถามละ 100 บาท)
ใช้วิชา : เลข7ตัว9ฐาน+ไพ่ยิปซี+สัมผัสที่หก
โอนเงินล่วงหน้าเข้า ธ.กสิกรไทย 233-228-6407
ในนาม อดิศร นิตยาจาร Adisorn Nittayajarn
ให้บริการในเวลา 08.00 น.-20.00 น. (หยุดวันพระ)
โทร. Dtac 081-533-3529, Ais 093-240-0151, True 096-881-7811
โดยโหร.อดิศร นิตยาจาร (หมอแดง)

vh50 4KBWP3 50 2KB FB3 50 1KB Twitter3 50 1KB line3 50 1KB G+4 50 2KB YouTube 1 RSS WP5 40
patomtip_jpegqrwp5-1136

Previous Older Entries

%d bloggers like this: