กองทุนกู้ยืมเงินตนเอง (เงินออมทรัพย์)

lf83

กองทุนกู้ยืมเงินตนเอง (เงินออมทรัพย์)
Self Funding Fund. (Savings)

หลักวิชาเศรษฐศาสตร์

วิชาเศรษฐศาสตร์ สอนให้คิดและทำ ทำแล้วจะรวย หลักของวิชานี้ง่ายๆสั้นๆคือ จงใช้ทรัพยากรและต้นทุนชีวิตของตัวเราเอง ที่มีอยู่แล้ว ทุกอย่าง มาใช้ให้น้อยที่สุด แต่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ เมื่อเรามองเห็นสิ่งใด ที่เป็นทรัพย์สมบัติของเรา หรือธรรมชาติให้เรามา เราต้องมองหาให้เห็นประโยชน์ของสิ่งนั้น ว่าทำประโยชน์อะไรได้บ้าง แล้วดึงเอาสิ่งนั้นมาทำประโยชน์ให้กับตนเอง โดยไม่ให้เกิดความสูญเปล่า

ยกตัวอย่างเช่น ปกติเมื่อเราต้มน้ำร้อนดื่ม/อาบ ต้มด้วยกาน้ำร้อน ก็จะมีไอน้ำพุ่งออกมา แล้วหายไปในอากาศ ถ้าเราคิดตามหลักเศรษฐศาสตร์ เราต้องมองเห็นไอน้ำที่พุ่งออกมาว่า เราสามารถกลั่นไอน้ำให้กลับมาเป็นหยดน้ำอีกครั้งได้ โดยวิธีกลั่น ไม่ปล่อยไอน้ำทิ้งไปเสียเปล่า เราอาจทดลองนำแผ่นกระจกมากั้นไอน้ำ แล้วออกแบบให้หยดน้ำไหลไปรวมกันในอีกภาชนะหนึ่ง เราจะได้น้ำกลั่นบริสุทธิ์ นำไปดื่มหรือทำอะไรก็ได้ นี่เป็นตัวอย่างเปรียบเทียบให้เห็นง่ายๆชัดเจน

ยกตัวอย่างอีกเรื่องหนึ่ง ที่กำลังมีปัญหา ทุกวันนี้เราทิ้งขยะไปในสิ่งแวดล้อม แอบฝังไว้ในดิน แอบทิ้งลงไปในแหล่งน้ำตามธรรมชาต ทั้งแม่น้ำลำคลองหนองบึง ในทะเล ทำให้เกิดมลพิษมหาศาล สักวันข้างหน้า ลูกหลานเรา (คือตัวเราที่ต้องกลับมาเกิดใหม่) คงจะอยู่ในโลกใบนี้ได้ยาก เพราะโลกใบนี้เต็มไปด้วยสารพิษและสะสมเชื้อโรคอันตรายไว้มากมาย ปัญหานี้เกิดขึ้นมาเพราะไม่ได้นำหลักการเศรษฐศาสตร์มาใช้ในทางปฏิบัติ ถ้าเรานำหลักเศรษฐศาสตร์มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ทุกบ้านต้องคัดแยกขยะ แล้วแปรสภาพขยะ ให้หมุนเวียนกลับมาทำประโยชน์ให้เราเองใหม่อีกครั้ง รัฐต้องออกกฏหมายบังคับทุกบ้าน ให้ทำตามกฏระเบียบ เช่น เศษอาหารที่เป็นผักและเนื้อสัตว์ ให้นำมาทำเป็นปุ๋ย ส่วนขยะประเภทขวด/กระดาษ/หนังสือพิมพ์/พลาสติก/เศษเหล็กแยกไปรีไซเคิ้ล ขยะสารพิษคัดแยกไปทำลายให้เป็นกลางก่อนทิ้งลงดิน ห้ามทิ้งน้ำเสียลงในแหล่งน้ำอย่างเด็ดขาด ให้แหล่งน้ำทุกแห่งต้องสามารถเลี้ยงปลาได้ เพาะพันธ์ปล่อยปลาหลากหลายชนิดให้เป็นเกิดสมดุลตามธรรมชาติ ให้เป็นแหล่งอาหารของคนยากจน ใครลำบากยากจนเพียงใดก็ไม่อดตาย (สมัยก่อนคนจนยังมีโอกาสหาอาหารจำพวกกุ้งหอยปูปลา จากแหล่งอาหารตามธรรมชาติได้ฟรี ชีวิตของคนสมัยก่อนน่าอิจฉามาก ไม่เคร่งเครียดรีบร้อนเหมือนคนสมัยนี้

สมัยนี้บางคนทั้งยากจน ไร้ปัญญา พ่อแม่ก็ไม่สอน จึงตัดสินใจผิดคิดสั้นไปหัดขโมยก่ออาชญากรรมด้วยไม่มีทางออกอื่น แล้วกลายมืออาชีพในที่สุด

ถ้าดูให้ลึกซึ้งอย่างนี้ ถ้าแก้ไขปัญหานี้ได้จริง จะช่วยผ่อนเบาปัญหาสังคมในด้านอื่นๆไปด้วยอีกหลายเรื่อง เช่นถ้าเราโยนเศษผักสดและเนื้อสดให้เป็นอาหารปลา ปลาก็มีจำนวนมากขึ้น ถ้าขยะสดนี้มีมากเกินไปจะเลี้ยงปลา เราก็นำไปหมักจุนลินทรีย์ EM ทำเป็นปุ๋ยรดน้ำต้นไม้ หรือนำไปบำบัดน้ำเน่าเสีย ในแหล่งอื่นๆ ทำเป็นยาไล่แมลงก็ได้ เป็นฮอร์โมนเร่งการเจริญเติฐโตของพืชสวนครัวก็ได้ เหลือก็ขายได้ อันสุดท้ายนี้แหละ ที่แปรจากขนะเป็นเงินได้จริง ส่วนทำเป็นปุ๋ย ทำให้เราไม่ต้องเสียเงิน ประหยัดเงินได้มากขึ้น มีเงินเหลือกินเหลือใช้เหลือเก็บ นี้คือหลักเศรษฐศาสตร์ที่แท้จริง ถ้าใครทำได้จริงก็รวยได้จริง

ผมแสดงให้เห็นแล้วว่าเราสามารถทำให้ทุกสิ่งแม้นเป็นขยะ ให้กลายเป็นเงินได้จริง ต่อไปนี้จะกล่าวถึงเงินทุน ที่จะทำให้เรารวยได้เร็วไว

ในบรรดาทุนทุกรูปแบบ “เงินสด” ถือว่าเป็นเงินทุนที่ใช้ได้คล่องตัวที่สุด เราจำเป็นต้องเก็บกักเงินสดมาเป็นเงินทุน แล้วนำไปลงทุน “ค้าขาย”  ก่อให้เกิด “กำไร”

ทุกครั้งที่หมุนเงิน ก็จะมีกำไร เงินกำไรนี้แหละที่จะทำให้ชีวิตทุกคนดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่นและมีความสุข การค้าขายจะเริ่มต้นได้ จะต้องมีเงินทุนก่อนเสมอ ถ้าไม่มีเงินทุนก็ไม่มีการค้าขาย

เงินทุนปกติจะมาจากการอดออม เก็บเล็กผสมน้อยจนเป็นก้อนใหญ่ในที่สุด แล้วนำไปลงทุนค้าขายตามต้องการ ความยากลำบากจะอยู่ตรงจุดเริ่มต้นนี้แหละ ใครเก็บเงินทุนได้ก่อน ก็นำไปค้าขายได้ก่อน ก่อนคนอื่นที่เก็บเงินทุนไม่ได้ ถ้าจะเก็บเงินทุนให้ได้ จำเป็นต้องมีวินัยในตัวเองสูงมาก เพราะธรรมชาติคนเรามีเงินเท่านไหร่ก็ใช้เท่านั้นก็ใช้หมด ถ้าจะเก็บต้องฝืนใจและความรู้สึกของตัวเองพอสมควร

การกู้ยืมธนาคารมาลงทุน ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับนักธุรกิจ แต่ถ้าเราไม่ต้องการเสี่ยงกับสภาวะไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก เราควรพึ่งพาตนเอง ไม่ด่วนไปสร้างหนี้สินก้อนใหญ่ ควรสร้างธุรกิจจากต้นทุนของเราเอง เพราะถ้าเกิดความผิดพลาด จะเดือดร้อนไม่มากนัก ไม่ถูกฟ้องล้มละลาย

วิธีที่เราจะเก็บเงินเป็นทุน ต้องปรับทัศนะคติตัวเราเอง ให้เราต้องพึ่งพาตนเองเป็นหลัก เราจำเป็นต้องเก็บเงินสักก้อนมาลงทุนทำธุรกิจที่อยากทำ ถ้าเรานำเงินออมไปใช้ทำธุรกิจ “เราต้องคืนเงินทุน พร้อมดอกเบี้ยให้ตัวเอง ตามระยะเวลาอันสมควร เหมือนไปกู้ยืมเงินในธนาคาร” เมื่อทำตามแผนนี้ไปได้สักระยะหนึ่ง เราจะพบว่า เรามีเงินกองทุนกู้ยืมตัวเอง  ทุกครั้งที่กู้ยืมและคืนทุนพร้อมดอกเบี้ย จะมีเงินทุนพอกพูนขึ้นมามากกว่าเดิม

เราจะเก็บเงินสดได้จากอะไรบ้าง

     หมอแดงเคยเห็นคนอื่นๆ แบ่งรายได้ของตนเอง ไปฝากสะสมทรัพย์ กับกองทุนประเภทสะสมทรัพย์เพื่อช่วยงานฌาปนกิจศพ หวังว่าถ้าตนเองตายก่อนคนอื่น ตัวเองจะได้กำไร จากเงินจ่ายชดเชยของกองทุนนั้นๆ ลูกหลานได้เงินเป็นแสนเพื่อนำไปทำศพ แต่ระหว่ายังไม่ตาย เขาต้องจ่ายเงินอย่างน้อยเดือนละ 100-200 บาท/เดือน เมื่อมีคนอื่นๆทะยอยเสียชีวิต

     สรุปว่าในปีหนึ่งๆที่ผ่านไปเรื่อยๆ สมาชิกกองทุนแบบนี้ ต้องเสียเงินสดไปให้กองทุนประเภทนี้ประมาณ 1,200 – 2,400 บาท/ปีขึ้นไป  ถ้ายังอยู่ครบ 10 ปี แสดงว่าเสียเงินไปให้กองทุนนี้ ประมาณ 12,000 – 24,000 บาท หลายคนแอบไปทำไว้หลายแห่ง เพื่อหวังผลว่าตัวเองตายจะได้เงินก้อนใหญ่ ลืมและเสี่ยงว่า เมื่อเขาตายไปแบบฉุกเฉิน ลูกหลานจะไม่รู้ว่าเขาไปแอบทำไว้ที่ใดบ้าง? มีโอกาสว่าจะไม่ได้เงินค่าฌาปนกิจศพ ถ้าผู้บริหารเงินทุนแอบโกงกินกันเอง หรือเบิกได้ยาก สารพัดปัญหา ลูกหลานบางคนไม่อยากเสียเวลาอารมณ์ยอมยกประโยชน์ให้ไปเลย ขี้เกียจฟ้องร้อง หรือไม่อยากฟ้องร้อง เกรงกลัวปัญหาที่จะตามมาในภายหลัง

     สมมุติ (มักเรื่องจริง) ทำไว้ 3 แห่ง ก็เกิดมูลค่าสะสมรวมทั้วสิ้น 36,000 -72,000 บาท ให้สังเกตูว่าใกล้เคียงเงินแสนแล้ว  การเอาเงินไปทิ้งไว้กับคนอื่น เพียงเพื่อหวังได้เงินแสนยามตัวเองตาย เขาลืมไปว่าตัวเองไม่ได้ใช้อย่างแน่นอน

       หมอแดงมาคิดว่า การตั้งกองทุนให้ครอบครัวตัวเองน่าจะดีกว่า และดีที่สุด การได้บริหารเงินทุนเองน่าจะฉลาดกว่า ดีสำหรับคนฐานะยากจนและปานกลาง คนยากจนที่หาเช้ากินค่ำมีเงินพอดีใช้ ไม่ควรนำเงินไปให้คนอื่นเขาสะสมแทนตัวเอง เสี่ยงกับการล้มเหลว เพราะบางแห่งเป็นธุรกิจลักษณะ “งูกินหาง” เงินกองทุนนั้นไม่ได้นำไปหมุนเวียนค้าขาย ไม่มีดอกผล แถมยังพลาดเอาเงินไปจ่ายเงินเดือนให้ผู้บริหารงานจำนวนหลายคน (ถ้าไม่นำเงินทำการค้าหากำไร ก็ควรบริหารงานแบบไม่รับเงินเดือน เพราะกว่าจะกองทุนจะล้มก็คงอีกนาน) มองในแง่เศรษฐศาสตร์และนักธุรกิจ กองทุนใดทำอย่างนี้ กองทุนนั้นต้องขาดทุนล้มละลายในที่สุดอย่างแน่นอน (ชาวบ้านมักคิดไม่ลึกซึ้งถึงที่สุดอย่างนี้)

     หมอแดงจึงขอแนะนำคนที่ยากจน หรือลูกหลานที่เริ่มทำงาน เริ่มตั้งตัวว่า ให้ทดลองตั้งเงินกองทุนกู้ยืมให้ตนเอง เพียงหัดมีวินัยทางการเงิน เก็บกักเงินทุกวัน อย่างน้อยวันละ 10 -33 บาท จะได้เงินสะสม 300 – 1,000 บาท/เดือน นำเงินออมนี้ไปใส่ธนาคารไว้ทุกเดือน ครบปีก็จะมีเงินสะสมเป็นกองทุนสำหรับให้ตัวเองกู้ยืมไปทำมาค้าขาย 3,600 – 10,000 บาท/ปี อีกสิบปีข้างหน้าก็จะมีเงินทุนให้ตนเอง 36,000 – 108,000 บาท ดีกว่าไปให้กองทุนอื่น (ชาปณกิจ) ของคนอื่น แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ถ้าตายไปญาติคงไม่บ่นแล้ว


เงินที่ท่านเก็บสะสมได้นี้ สามารถใช้เป็นทุนสำรองเพื่อฉุกเฉินก็ได้ ถ้าฉุกเฉินท่านยืมตัวเองได้ และต้องจ่ายคืนตัวเองทันทีที่มีเงิน พร้อมดอกเบี้ยจำนวยหนึ่ง เหมือนกู้ยืมเงินคนอื่นนั้นแหละ

     กองทุนกู้ยืมตัวเองนี้ สามารถสร้างและพัฒนาสร้างความมั่นคงให้ชีวิตตนเองและทุกคนในครอบครัวได้ โดยต่อยอด ทำให้เป็นตัวอย่างแก่ลูกหลาน ให้ลูกหลานเข้าร่วมกองทุนนี้ ก็จะกลายเป็นกองทุนที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ยาวนานได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ใช้หลักเกณฑ์เดียว คือใครกู้ยืมไป ต้องคืนทั้งต้นและดอก (ภายใน 1 ปี) ถ้าท่านฝึกวินัยแก่ลูกหลานทุกคนได้ ลูกหลานทุกคนจะมีชีวิตที่มั่นคงทางการเงินสูง

     แน่นอนว่ากองทุนในรูปแบบนี้ จะเติบโตไปเป็นกองทุนที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ไม่เล็กลง ไม่มีที่สิ้นสุด ตราบเท่าท่านสั่งสอนลูกหลานให้มีวินัยทางการเงิน โมเดลกองทุนกู้ยืมตนเอง อาจกลายเป็นกองทุนเงินล้านได้ ในรุ่นลูกหลาน ไม่ต้องไปพึงพาเงินกองทุนจากรัฐบาลหรือนักการเมืองอีกต่อไป  เมื่อทุกบ้านมั่นคง เมืองก็มั่นคง ประเทศชาติก็มั่นคง นี่เป็นยุทธศาสตร์ด้านการเงินที่หมอแดงขอนำเสนอให้ผู้อ่านทุกท่านลองไปพิจารณา ถ้าเห็นว่าดีก็ลองก่อตั้ง “เงินกองทุนกู้ยืมเงินตัวเอง” ขึ้นมานะครับ

QR code บทความนี้
กองทุนกู้ยืมเงินตนเอง (เงินออมทรัพย์) Self Funding Fund. (Savings)
QRwp5-1088  https://freecheckhoroscope.wordpress.com/2016/06/04/1088

……………………………………….

vh50 4KBWP3 50 2KBFB3 50 1KBTwitter3 50 1KBline3 50 1KBG+4 50 2KBYouTube 1RSS WP5 40
patomtip_jpeg

ป.ล. ผู้อ่านท่านใดอ่านคำพยากรณ์และบทความจากเว็บไซต์นี้แล้ว มีจิตศัทธาหรือมีความประสงค์จะตอบแทนบูชาครูบาอาจารย์ สามารถโอนเงินบริจาคมาได้ตามกำลังใจและศัทธา (X00 บาท+เศษ 9 บาท) ที่บัญชีธนาคารกสิกรไทย 233-228-6407 ในนาม อดิศร นิตยาจาร Adisorn Nittayajarn  เงินส่วนหนึ่งจะนำไปทำบุญ “ปล่อยปลา+สังฆทาน” ทุกเดือน เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรและเทวดาอารักษ์ประจำตัวของผู้บริจาค  อีกส่วนหนึ่งจะนำมาใช้ในการพัฒนาเว็บไซต์นี้ ส่วนที่เหลือจะนำไปสะสมเป็น “กองทุนกู้ยืมตนเอง” เพื่อเป็นทุนพัฒนาอาชีพและการศึกษาบุตรหลานบริวาร ที่กำลังขาดแคลนเงินทุนและโอกาส ผลบุญของผู้บริจาคคืออนาคตของตนเองและบุตรหลานจะไม่เป็นผู้ขาดแคลนเงินทุนการศึกษาและโอกาสเช่นเดียวกัน

วิธีใช้บริการดูดวงทางโทรศัพท์กับหมอแดง : บริการตรวจดวงชะตาทางโทรศัพท์ (และทางอินเตอร์เน็ต) พยากรณ์จากวิชา : เลข7ตัว9ฐาน + ไพ่ยิปซี + สัมผัสที่หก  ค่าบริการ 500 บาท/ดวง/5 คำถาม/ชั่วโมง (คำถามละ 100 บาท)  โอนเงินล่วงหน้าเข้า ธนาคารกสิกรไทย-ออมทรัพย์ 233-228-6407 ในนาม อดิศร นิตยาจาร  ติดต่อสอบถามและจองคิวดูดวง โทร. 081-533-3529 ในเวลา 08.00 น.-20.00 น.  (สนง.ปฐมทิพย์ Dtac. 088-059-3992, Ais. 093-240-0151, True. 096-881-7811)

รับบทความที่โพสต์ใหม่ล่าสุดทางอีเมล์ (ฟรี) : ท่านใดต้องการให้หมอแดงส่งบทความใหม่ล่าสุดไปให้อ่านทางอีเมล์-ฟรี…..มองดูที่ด้านขวามือของเว็บไซต์นี้ คอลัมภ์ที่ 2 หัวข้อชื่อ “ติดตามทางอีเมล์ (ฟรี)” Follow Blog via Email (Free)”  กดปุ่ม “ติดตาม” Follow สำหรับท่านที่ลงทะเบียนกับ WordPress.com แล้ว / กรอกอีเมล์ของท่านลงในช่องว่างด้านล่าง สำหรับบุคคลทั่วไป

ให้กำลังใจ : เมื่อท่านอ่านบทความนี้แล้ว โปรดให้คะแนนความนิยม (Rate this 1-5 ดาว)   และแชร์บทความนี้ส่งต่อไปให้กับเพื่อนๆของท่าน ที่ยังไม่รู้จักเว็บเพจนี้ด้วยครับ

เอกสาร 954 .jpg คลิกที่นี่เพื่อเปิดเอกสาร

……………………………………….

Advertisements

%d bloggers like this: