พระองคุลีมาลเถระ Kamal finger

add

พระองคุลีมาลเถระ
Kamal finger
(ประวัติโดยย่อพระอรหันต์)

         องคุลีมาล มหาโจรที่ฆ่าแล้วตัดนิ้วมาร้อยเป็นพวงมาลัยคล้องคอ ข้าราชการทุกคนไม่มีใครสู้ได้ เจ้าหน้าที่บ้านเมืองทุกคนต้องยอมแพ้ ฆ่าได้ทุกคนที่ขวางหน้า เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการ แม้นบุพการีของตนเองก็ไม่เว้น ไม่เกรงกลัวในพระราชอาญา สุดท้ายได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า เกิดสำนึกในความผิดของตนเอง กลับตัวกลับใจเป็นคนดี ขอบวช และสำเร็จเป็นพระอรหันต์ได้ในที่สุด

ท่านเกิดในสมัยพุทธกาล อดีตชาติเป็นผู้มีสะสมบุญบารมีมามากล้นเหลือ จึงมาเกิดเป็นชาติสุดท้าย เพื่อจะเป็นพระสาวก บุญเก่าทำให้ได้มาเกิดในตระกูลผู้ดีมีเงินทองมากมาย พ่อแม่เป็นเศรษฐีมหาเศรษฐี  จึงส่งท่านไปศึกษาหาหาความรู้ทั่วไปกับครูบาอาจารย์ที่เด่นดังดีที่สุด ตามธรรมเนียมปกติของตระกูลเศรษฐี

ท่านเป็นผู้มีกำลังมากทั้งกายใจ มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด เรียนรู้สรรพวิชาทั้งหลายได้ผลรวดเร็วกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน เป็นที่อิจฉาของเพื่อนที่เป็นคนเลวที่จ้องหาทางทำลายล้างคุณงามความดีของท่าน

ด้วยเศษแห่งกรรมชั่วในอดีตชาติตามมาสนองทัน อีกทั้งพญามารที่มาขัดขวางคนจะไปพระนิพพาน ดลบันดานใจให้ครูบาอาจารย์ของท่านเกิดความหวาดระแวงว่าท่านจะได้ดีมีชื่อเสียงเกินไปกว่าอาจารย์ผู้สอน จึงวางแผนซับซ้อนซ่อนเงื่อนไข หลอกลวงให้ท่านทำผิดกฏหมายบ้านเมือง วางแผนยืมมือให้คนอื่น(เจ้าหน้าที่บ้านเมือง)ฆ่าท่านอย่างแนบเนียน โดยการหลอกลวงว่ามีวิชาสุดท้ายที่เป็นความลับยังไม่เคยสอนใคร แต่ก่อนจะเรียนต้องฆ่าคนจำนวนหนึ่งก่อนจึงจะสอนวิชานี้ให้

ปกตินิสัยเดิมของท่านไม่ชอบการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต แต่ด้วยอำนาจของเศษกรรมใหญ่และพญามารมาดลบันดานใจ จึงทำให้ท่าน “หลงเชื่อ” ว่าวิชานั้นมีอยู่จริง ท่านจึงเริ่มแอบซ่อนพรางตัวออกไปปฏิบัติการในเวลากลางคืน ไล่ล่าฆ่าผู้ร้ายที่บ้านเมืองประกาศว่าต้องการกำจัดอยู่แล้ว

เมื่อครูเห็นว่าผู้ร้ายถูกฆ่าตายไปหมดสิ้นโดยท่านไม่เป็นอะไรเลย ก็ผิดหวัง วางแผนเชิงลึกจึงหลอกให้ท่านไปฆ่าผู้บริสุทธิ์บ้าง เพื่อให้ท่านขาดจากศีล ขาดจากธรรม ขาดจากความเป็นคนดี ขาดจากความบริสุทธิ์  ท่านก็อุตสาห์เลี่ยงไปฆ่าคนแก่ใกล้ตาย คนเจ็บป่วยใกล้ตาย หมดสิ้นแล้วครูก็หลอกลวงให้ฆ่าคนหมู่เหล่าอื่นๆบ้าง  ในที่สุดท่านก็ถลำตัวไปเป็นผู้ร้ายที่ฆ่าคนบริสุทธิ์ เพราะเชื่อในคำสอนของครูบาอาจารย์ ถึงจะฆ่าได้ครบตามจำนวนที่ครูสอนต้องการ ครูบาอาจารย์ก็ยังแกล้งไม่เชื่อว่าท่านทำได้จริง บอกให้ท่านหาหลักฐานการฆ่าคนมาแสดง  ท่านจึงต้องเริ่มต้นฆ่าคนบริสุทธิ์อีกรอบ พร้อมตัดนิ้วมาแสดงเป็นหลักฐาน จนกระทั้งครบจำนวน ครูก็ยังแกล้งไม่เชื่อว่าฆ่าคนเดียวตัดนิ้วสิบนิ้ว ทำให้ท่านต้องทำบาปอีกรอบโดยการตัดเอาเฉพาะนิ้วโป้งมาเก็บไว้เป็นหลักฐานแสดงแก่ ครูผู้สอน

จิตใจของท่านที่เดิมเคยเป็นคนอ่อนนุ่ม ก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็นคนโหดเหี้ยมอำมหิต กินนอนอยู่ตามพื้นดินป่าเขาต้นไม้ ไม่สามารถอยู่ในสังคมเมืองได้อีกต่อไป โรคภัยไข้เจ็บก็เบียดเบียนทำให้สติปัญญาเริ่มวิปลาส สุดท้ายก็คิดจะหลอกแม่ของตนเองมาฆ่าเอานิ้วสุดท้ายไปขอเรียนวิชาอันวิเศษจากครูบาอาจารย์

พระพุทธเจ้ารู้เห็นเรื่องนี้มาโดยตลอด แต่ท่านยอมรับในเรื่องกฏแห่งกรรมว่าต้องยอมให้เป็นไปตามกรรม (คนที่ท่านฆ่ากันล้วนเคยผลัดกันฆ่ามาหลายล้านชาติ) และรอเวลาที่ช่วยเหลือองคุลีมาลอยู่  วันสุดท้ายที่ท่านหมดเศษกรรมเก่ากำลังจะสร้างกรรมใหม่ พระพุทธเจ้าจึงออกมาขัดขวางกลางทาง แสดงปาฎิหารให้องคุลีมาลเห็นชัดเจน องคุลีมาลนั้นออกแรงวิ่งสุดกำลังก็ยังไม่ทันแต่ละก้าวช้าของพระพุทธเจ้า กระทั้งองคุลีมาลหมดกำลังลง หยุดวิ่ง

องคุลีมาล__ร้องตะโกนว่า “พระหยุดก่อน”

พระพุทธเจ้า__ หยุดเดิน และตรัสว่า “เราหยุดแล้ว”

องคุลีมาล__โกรธจัด ตะโกนว่า “พระโกหก”

พระพุทธเจ้า__ตรัสอธิบายว่า “เราหยุดทำบาปกรรมแล้ว ท่านหยุดหรือยัง?” แล้วแสดงธรรมในเบี้องต้น

องคุลีมาล__พอได้ยินพระธรรมแม้นเพียงเล็กน้อย สติปัญญาก็เริ่มกลับคืนมา (เหตุเพราะเคยฟังธรรมสะสมบุญบารมีมามากมายในอดีตชาติ) เริ่มระลึกได้ว่าตัวเองเคยเป็นคนดี อยู่ในศีลธรรม ไม่ชอบทำบาปกรรม รู้ว่าตัวเองทำผิดไปแล้ว ถูกครูบาอาจารย์หลอกลวงให้เป็นคนเลวเพื่อทำลายล้างความดีของตัวเอง ก็ละความอยากได้ในอวิชา จึงถามพระพุทธเจ้าว่า ถ้าจะกลับตัวมาเป็นคนดีเหมือนเดิม จะขอบวชเรียนกับพระพุทธเจ้าจะทำได้หรือไม่ จะสำเร็จมรรคผลอันสูงสุด (หมายถึงพระอรหันต์ และพระนิพพาน) หรือไม่

พระพุทธเจ้า__ตรัสแสดงธรรมในเบื้องกลางว่า “พระธรรมที่พระองค์ตรัสรู้ด้วยพระองค์เองนั้น ทุกคนก็สามารถปฏิบัติตามได้ ได้ผลเช่นเดียวกัน ไม่มีข้อยกเว้ณ”

องคุลีมาล __เห็นและตัดสินใจเลือกพุทธวิถี (มรรค) เข้าสู่กระแสแห่งพระนิพพาน (เป็นพระโสดาบัน-ผล)  กล่าวคำขอบวชและได้เป็นภิกขุโดย “เอหิภิกขุ” คือเมื่อพระพุทธเจ้ารับเป็นภิกขุ ก็เป็นภิกขุได้ในทันที (เป็นอัศจรรย์อย่างหนึ่ง คือไม่ต้องโกนผม ผมก็หายไป ไม่ต้องซื้อหาจีวร จีวรก็มาห่มตัวในทันที) แล้วเดินตามพระพุทธเจ้าไป ศึกษาปฏิบัติอีกไม่นานก็สำเร็จมรรคผลเป็นพระอรหันต์ได้ในที่สุด

สรุปว่ากำลังใจคือความเชื่อมั่นในตนเองในทางที่ดีนั้นสำคัญมาก อาจสามารถแก้ไขชีวิตของทุกคนกำลังวิบัติได้ เหมือนสมัยขององคุลีมาร ถึงหลงทางไปบ้าง แต่ถ้ามีสติเหลืออยู่ เชื่อว่าตนเองเป็นคนดี ก็สามารถเป็นคนดีต่อไปได้ จงทำดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตให้แจ่มใส  “ความสงบวิเวก” คือความสุขที่แท้จริง

เรื่องที่จะกล่าวมาข้างต้นนี้ ฟังคำสอนมาพ่อซึ่งเป็นครูใหญ่โรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่ง พ่อชอบสอนลูกศิษย์ทุกเช้าหลังเคารพธงชาติ ผู้เขียนไม่ได้คัดลอกหรือยกมาจากพระไตรปิฏก ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการเก็บสาระไปใช้ อย่าอ่านเพื่อตรวจจับผิดจะไม่ได้สาระใดๆ  บทความนี้เขียนขึ้นมาเพื่อใครคนหนึ่ง (หรือมากกว่านั้น) ที่ผมและใครๆก็รู้ว่าเขาเป็นใคร เขาและพวกของเขากำลังหลงคิดว่าตนเองเป็นคนไม่ดีที่ไม่มีใครปราบได้  เหมือนโจรร้ายแบบเดียวกับองคุลีมาล  ใครอ่านแล้วได้ประโยชน์ เกิดปัญญา ตัดสินใจกลับตัวกลับใจเป็นคนดีเหมือนเดิม ขอโมทนาบุญครับ

+

โหร. อดิศร นิตยาจาร (หมอแดง)
ดูดวงทางโทรศัพท์ 500 บาท/ดวง/5 คำถาม/ชม.
พยากรณ์จากวันเกิด+ไพ่ยิปซี+สัมผัสที่หก
ธ.กสิกรไทย-ออมทรัพย์ 233-2-28640-7
Dtac 081-533-3529, Ais 093-240-0151, True 082-512-9920

หน้าแรก  เกี่ยวกับเรา  อ่านคำทำนาย  บทความ  สินค้าและบริการ  สนทนา

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: