เตือนภัย เตือนใจ

เตือนภัย เตือนใจ

__ยุคใดสังคมใด คนส่วนใหญ่นิยมรักษาศีลเจริญในธรรม ปฎิบัติในศีลสมาธิปัญญาเป็นปกติ ยุคนั้นคนชั่วร้ายมีน้อย คนดีอยู่อย่างมีความสงบสุข ต่อให้เอาทองคำแท้ๆมาห่อหุ้มพระเจดีย์ ก็ไม่มีใครมาขโมยลอกทองไปขาย ยุคที่ประเทศไทยรุ่งเรืองอย่างนั้นเคยมีมาก่อน คือยุคกรุงสุโขทัย
__ยุคใดสังคมใด คนส่วนใหญ่ไม่นิยมรักษาศีลธรรม ยุคนั้นคนส่วนใหญ่ในจิตใจเต็มไปด้วยกิเลสตัญหาอุปทาน แสดงออกทางอาการรักโลภโกรธหลงชิงชังอย่างแรงกล้า สร้างความร่ำรวยด้วยการทำอาีพทุจริตมิจฉาชีพ ยุคนั้นคนดีอยู่อย่างลำบากยากจนข้นแค้นแสนสาหัสถูกกดขี่ขมเห่งรังแกอยู่ภายใต้การปกครองอันมืดมนแห่งพญามารร้าย พญามารที่อยู่ในตัวเอง อยู่ในุกคน ทุกนล้วนช่วยกันส่งเสริมสร้างขึ้นมาเอง วิบัติเอง
__ผมเคยมาเรียนหมอดูและเป็นหมอดูในเมืองหลวงระยะหนึ่ง ได้พบเห็นว่าสังคมเล็กๆส่วนหนึ่งกำลังรุ่งเรืองขึ้นใกล้จะพ้นทุกข์พ้นการเกิดใหม่มุ่งจะไปสู่พระนิพพาน สังคมอีกส่วนหนึ่งกำลังเสื่อมถอยกำลังจะไปสู่อบายภูมิ
__ชาวพุทธที่กำลังเสื่อมถอย ถอยเพราะไม่รู้หัวใจของศาสนาพุทธ ไม่รู้ว่าการรักษาศีล 5 นั้นต้องทำอย่างไรบ้าง นั้นหมายความว่าจะเป็นเสมือนคนที่ไร้ศาสนา เมื่อไม่รู้ศีล 5 ก็ไม่
ได้รักษา ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงมรรคผลที่สูงขึ้นไป ไม่รู้จักทำทานที่บริสุทธิ์  ไม่สามารถเข้าถึงสมาธิอันบริสุทธิ์ และแน่นอนว่าจะเข้าไม่ถึงปัญญาอันบริสุทธิ์ด้วย จึงไม่สามารถมองเห็นต้นตอของปัญหา แก้ไขไม่ถูกจุดปัญญาก็ไม่ดับไปไม่สิ้นสุด ไม่ว่าปัญหาของตัวเองหรอปัญหาระดับประเทศ ล้วนต้องใช้ “ปัญญา”ในการแก้ไขปัญหา
__ในยุคนี้เราจะเห็นผู้คนทั้งหลายพากันทำมาหากินแบบโลภในลาภแบบสุดๆ กอบโกย คดโกง ทะเลาะแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน แข่งกันทำมาหากิน สะสมในทรัพย์สินให้ตนเองและคอบครัวไว้ให้มากที่สุด โดยไม่สนใจคำว่า “พอดี”
__สังเกตุได้ไม่ยาก ถ้าคุณลองสวมใส่สร้อยคอทองคำแท้ เดินเล่นตรงไหนก็ได้ของเมืองหลวง ไม่กี่นาที คุณก็จะโดนทำร้ายร่างกาย ฉกชิงวิ่งราวถึงตายได้ ผลการทดลองนี้คือสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่ผมกำลังกล่าวถึงนั้นเป็นความจริง
__ปัญหานี้แก้ได้ แต่ทำได้ยากมาก แก้โดยทุกคนต้องหันมาพิจารณาตนเอง แก้ที่ตัวเองครับ อย่าไปแก้ที่คนอื่น เมื่อทุกคนมีศีลบริสุทธิ์ ก็มีสมาธิอันบริสุทธิ์ ก็มีปัญญาอันบริสุทธิ์ แล้วทุกนจะเห็น “ทางแก้ไขปัญหาการเมืองในประเทศไทย” ด้วยตัวเอง ไม่ต้องให้ใครมาบอกชี้นำ ทำตามนั้นก็จะพ้นวาระนี้ไปได้อีกครั้ง
__ลองเริ่มต้นสักวันในวันนี้ ทุกคนเริ่มต้นรักษาศีล5ให้บริสุทธิ์ นั่งสมาธิปล่อยวางปัญหาทุกอย่างสักวันหนึ่ง ทำใจให้เท่ากับพระอรหันต์ คือจะไม่เอาทั้งร่างกายและทรัพย์สินชื่อเสียงใดๆทั้งสิ้น พิจารณาว่าอีกไม่นานความตายก็มาถึงเรา เราจะเอาอะไรไปไม่ได้นอกจากความดีความชั่ว และชดใช้กรรมดีกรรมชั่ว  ปิดการสื่อสารทุกชนิดให้เหลือเพียงการสื่อสารกับใจตัวเอง ว่าแท้จริงเราเกิดมาเพื่อทำหน้าที่อะไรกันแน่ มาถูกทางแล้วหรือหลงทางไป
__สำหรับท่านใด…ที่รู้สึกว่าตัวเองกำลังเดินหลงทิศผิดทาง…ยังมีสติที่้อยากย้อนกลับมาเป็นคนดีศรีสังคม แต่ไม่รู้วิธิย้อนกลับอย่างไร ให้เริ่มจากหยุดทำความชั่วร้ายทุกชนิด แล้วกลับมาคิดดี พูดดี ทำดี ทำจิตให้ผ่องใส สักวันหนึ่ง หรือสัก 5-10 นาทีต่อวันก็ยังดี

วิธีกำจัด “พญามารร้าย” ที่กำลังควบคุม จิตใจท่านอยู่ ให้ทำดังนี้

  1. ทาน__เริ่มจากการการให้ทานบริจาคใน “อภัยทาน” (เป็นทานที่ทำได้ยากที่สุด คนธรรมดาสามัญจะทำไม่ได้ ยกเว้นผู้ใกล้จะบรรลุธรรมอันสูงสุด)
  2. ศีล 5__กำหนดว่าจะเริ่มรักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์ไร้มนทิน ทุกวัน โดยต่อเนื่อง ในช่วงเวลาที่เราทำได้ง่ายๆที่สุดก่อน เช่น วันละ 5-10 นาทีก่อนนอน เมือจิตใจรู้สึกมั่นคงแล้ว จึงขยายเวลาให้มากขึ้นเรื่อยๆให้ถึงวันละ 1-24 ชั่วโมงในที่สุด
  3. ในระหว่างการถือศีล 5 นั้นให้ฝึกสมาธิไปด้วย สมาธิคือการไม่นึกคิดถึงสิ่งใดเลย ทำใจให้ว่างจากภาระกิจทั้งปวง ว่างจากกิเลสทั้งปวง ทำอารมณ์ให้ผ่องใสสบายๆไม่สื่อสารกับใครทั้งสิ้น เป็นการพักผ่อนหย่อนกายใจไปพร้อมกัน ถ้าให้ดีกว่านั้นให้นึกในใจถึงพระพุทธรูปที่ท่านชื่นชอบกำหนดในใจว่าท่านกำลังอยู่ตรงหน้าท่าน ตรวจจับลมเข้าออกฐานจมูกหน้าอกสะดือ ภาวนาพุท-โธ การทำอย่างนี้สุขภาพของท่านจะแข็งแรงดีขึ้น เพราะธาตุลมเดินสะดวกไปทั่วร่าง
  4. สุดท้ายด้วยการทำปัญญาให้เกิดด้วยการ “พิจารณาความตาย-ในกรรมฐาน40″ ทุกคนก็จะเห็นทางออกของปัญหาทุกอย่างนั้นได้ด้วยตนเอง ผลที่ได้จากการพิจารณาธรรมอย่างนี้เรียกว่า “ปัญญา”  ปัญญาแตกต่างจาก “ความคิด” ตรงที่  ***ปัญญานั้นผุดขึ้นมาเอง จากความว่างเปล่า ปราศจากกิเลสตัญหาอุปทานรบกวน***

__ตัวอย่างที่ดีคือ ท่าน “องคุลีมาร” ท่านเคยเป็นคนดีอยู่ในศีลธรรมมาก่อน พลาดพลั้งหลงผิดไปชั่วคราวเพราะเศษกรรม ทำให้หลงเชื่อคำล่อลวงของครูบาอาจารย์ของตนและพญามาร ถูกหลอกลวงให้ฆ่าคนเพื่อจะได้วิชาวิเศษที่ตนต้องการ ต่อมาภายหลังท่านได้พบพระพุทธเจ้าแสดงธรรม ก็บังเกิดมีสติปัญญา รู้ตัวจำได้ว่าตนเองเกิดมาเพื่อเป็นคนดี ไม่ใช่คนชั่ว ท่านกลับมาปฎิบัติธรรมใหม่ บรรลุพระอรหันต์ในที่สุด
__เหตุการณ์ในประเทศไทยอย่างในขณะนี้ ครูบาอาจารย์และพระสยามเทวาธิราชเจ้าท่านเคยให้นิมิตเตือนล่วงหน้าไว้นานมากแล้ว ลูกค้าหลายคนคงรับรู้ไปบ้างแล้ว สรุปทุกคนโดยเฉพาะในเมืองหลวงต้องหันกลับมาปฎิบัติในธรรมกันใหม่ แนวทางปฎิบัติอยู่ในคัมภีร์พระวิสุทธิมรรค  มิฉะนั้นทุกท่านจะมีสภาพเหมือนคนและเมืองที่กำลังจะจมดิ่งสู่ก้นทะเลลึก ในปี 2557 นี้จะเห็นได้อย่างชัดเจน

_ลูกค้าในกรุงเทพฯของผมทุกคนที่เคยสั่งให้ผมเตือนเมื่อภัยใหญ่มาถึง บัดนี้ผมถือว่ากำลังแจ้งเตือนทุกท่านแล้ว ด้วยกระแสจิตที่แผ่เมตตาออกไป ถ้าท่านรับได้ขอให้ใช้วิจารณาญของตัวเองเป็นหลัก  ขอแนะนำ่ว่า อดีตกำหนดปัจจุบัน ปัจจุบันกำหนดอนาคต ทุกท่านจึงยังสามารถปรับเปลี่ยนทิศทางของอนาคตของตัวท่านและบ้านเมืองของท่านได้ ตราบใดที่ท่านยังมีลมหายใจอยู่  อย่าตัดสินใจช้าเพราะวาระสำคัญนั้นมาถึงแล้ว  คนที่จะรอดไปได้นั้นต้องปฎิบัติตามคำแนะนำนี้เท่านั้น (ถือศีล 5+สวดมนต์ไหว้พระทุกวัน+ปฏิบัติธรรมเน้นในกรรมฐาน40+พิจารณาความตายว่าตายเมื่อไหร่ขอไปพระนิพพาน)

__รูปที่แสดงด้านบนของข้อความนี้ ได้มาจากโปรแกรมดูการโคจรของดวงดาว (คำนวณล่วงหน้า) ในวันที่ 30 เมษายน 2557  สังเกตุให้ดีจะเห็นว่ามีการเรียงตัวของดวงดาวหลายดวงโคจรมาอยู่ในแนวเส้นตรง 6 ดวง นับจากซ้ายไปขวามี : ดาวพุธ, ดวงอาทิตย์, ดาวจันทร์, โลก, ดาวอังคาร, ดาวเสาร์ ตามตำราโบราณบอกไว้ว่าอาการอย่างนี้เป็นเหตุที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของผิวโลกครั้งใหญ่ได้ (แผ่นดินไหว) เป็นการเรียงตัวคล้ายๆกันในปี 2547 และ 2554 ทุกคนอย่าประมาท
__อย่างน้อยก็เตรียมซักซ้อมตัวเองว่าถ้าบังเอิญเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เราจะเอาตัวรอดอย่างไรได้บ้าง และควรเตรียมอะไรไว้ใกล้ตัวบ้าง ถ้าการสื่อสารใช้ไม่ได้ ทุกคนในครอบครัวจะสื่อสารกัน (เช่นปักธงทำสัญลักษณ์ประจำตัวไว้ให้ตามหาตัวกันได้ง่าย) อย่างไร และไปรวมตัวกันที่ไหน (แผน1, 2, 3) ในประเทศอื่นที่เขามีภัยใหญ่บ่อยๆ เขาสอนพลเมืองลูกหลานอย่างละเอียดกว่านี้ครับ ประเทศไทยมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองมากมายก็จริง แต่ก็ไม่ควรประมาทในชีวิตตามหลักชาวพุทธที่ดี
__โลกธาตุนั้นย่อมมีการเปลี่ยนแปลงได้ เป็นไปตามธรรมชาติ แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นอาจหยุด ห้าม หรือแก้ไขทิศทางก็อาจกระทำได้เช่นเดียวกัน หมอแดงเป็นคนธรรมดาไม่อาจคาดเดาได้ว่าเราจะผ่านอันตรายใหญ่นี้ไปมากน้อยเพียงใด เกินความสามารถจะหยั่งรู้ได้ด้วยตนเอง จึงทำได้แค่เตือนตามสัญญา และขอวางใจเป็นอุเบกขายอมรับผลของกฎแห่งกรรมว่าเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ไม่แปลกใจครับ
__เคยทายดวงชะตาของคนจะตายแล้วตายจริงนับได้ประมาณ 30 กว่าคน คนกลุ่มนี้ฟังคำทำนายแล้วไม่ทำพิธืสะเดาะเคราะห์ต่อชะตา ตายภายในเวลาที่ทายจริงๆ  ยังมีคนอีกลุ่มหนึ่งดวงชะตาเหมือนคนกลุ่มแรกแต่มีศัทธาไปทำพิธีสะเดาะเคราะห์ต่อชะตาแก้ไขให้ดีขึ้นรอดพ้นความตายไปได้ ไม่ตายตามดวงชะตา อย่างนี้ก็มี เหตุภัยพิบัติใหญ่ๆก็น่าจะแก้ไขได้อนุมานว่าคงคล้ายๆกันครับ

………………………………..

804

โหร. อดิศร นิตยาจาร (หมอแดง)
ดูดวงทางโทรศัพท์ 500 บาท/ดวง/5 คำถาม/ชม.
พยากรณ์จากวันเกิด+ไพ่ยิปซี+สัมผัสที่หก
ธ.กสิกรไทย-ออมทรัพย์ 233-2-28640-7
Dtac 081-533-3529, Ais 093-240-0151, True 082-512-9920

หน้าแรก  เกี่ยวกับเรา  อ่านคำทำนาย  บทความ  สินค้าและบริการ  สนทนา

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: