พระคาถาเงินล้าน

พระปัจเจกโพธิ์ให้พระคาถาเงินล้านนี้มาเพื่อโปรดสัตว์
แก้ความยากจนแก่ผู้มีศัทธาและประพฤติอยู่ในศีลธรรม

________________

(ตั้งนะโม ๓ จบ)

  1. สัมปะจิตฉามิ                               (คาถาป้องกันคุณไสย-สะท้อนกลับ)
  2. นาสังสิโม
  3. พรหมา จะ มหาเทวา สัพเพยักขา ปะรายันติ         (คาถาปัดอุปสรรค)
  4. พรหมา จะ มหาเทวา อภิลาภา ภะวันตุ เม                    (คาถาเงินแสน)
  5. มหาปุญโญ มหาลาโภ ภะวันตุ เม                    (คาถาลาภไม่ขาดสาย)
  6. มิเตพาหุหะติ                                                                   (คาถาเงินล้าน)
  7. พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาสา วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม       (คาถาพระปัจเจกพุทธเจ้า)
  8. สัมปะติจฉามิ                                               (คาถาเร่งลาภให้ได้เร็วขึ้น)
  9. เพ็งๆ พาๆ หาๆ ฤๅๆ

*คำอธิบาย : “พรหมา” อ่านว่า พรม-มา   “สวาโหม” อ่านว่า  สะ-หวา-โหม

________________

พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ) วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี

         ครูบาอาจารย์ผู้มีเมตตากรุณาถ่ายทอดพระคาถาเงินล้านนี้แก่พุทธบริษัท  นาม “หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ” เป็นชื่อเล่นที่หลวงปู่ปานอาจารย์ของท่านใช้เรียกขาน หลวงพ่อ “พระราชพรหมยาน” ท่านนำมาใช้เป็นนามปากกา ในการเขียนหนังสือปฏิบัติธรรมและสอนวิชา “มโนมยิทธิ” เพื่อให้ลูกศิษย์พ้นจากทุกข์ทั้งปวง เข้าใจและเข้าถึงซึ่งพระนิพพาน

________________

วิธีสวดพระคาถาเงินล้าน

  1. สวดพระคาถานี้ก่อนนอน ตื่นนอน เวลาว่างจากงานและภาระกิจในตอนกลางวัน รวมแล้ว ๙ จบ
  2. ในเวลากลางคืนเข้านอนแล้ว หมดภาระกิจทั้งหลายแล้ว หลับตาเพื่อพักผ่อน ให้นึกถึงภาพพระพุทธรูปที่ท่านชอบ+ท่องพระคาถาไปเรื่อยๆจนกว่าจะหลับไปเอง

________________

ที่มาพระคาถา

  1. หลวงพ่อฯได้พระคาถาบทเหล่านี้โดยตรงจากองค์สมเด็จฯ ตั้งแต่ปี ๒๕๑๗ เป็นเวลา ๔ ปีจึงจะได้ครบถ้วน ท่านบอกว่าคาถาที่ได้จากกรรมฐานเขาจะไม่บอกใคร เมื่อวันที่ ๓๑ ธ.ค. ๒๕๒๗ เวลา ๒๓.๕๙ น. องค์สมเด็จฯได้อนุญาตให้ลูกหลานและพุทธบริษัทใช้ได้เป็นสาธารณะ เพื่อช่วยบรรเทาสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ อีกทั้งการก่อสร้างของวัดท่าซุงจะต้องเร่งรัดให้เสร็จทันฉลองวัดในปี ๒๕๓๒ จึงจำเป็นที่จะต้องใช้คาถาเหล่านี้ช่วย เพื่อพุทธบริษัทและลูกหลานของหลวงพ่อมีความคล่องตัวยิ่งขึ้น
  2. คาถา “นาสังสิโม” หลวงพ่อให้ท่องเพิ่มเติมเมื่อปี ๒๕๓๒
    คาถา “เพ็งๆ พาๆ หาๆ ฤๅๆ” พระปัจเจกพุทธเจ้าบอกหลวงพ่อฯ เมื่อ พ.ย. ๒๕๓๓ เป็นภาษาโบราณ แต่เทียบกับภาษาไทยอ่านได้อย่างนี้ เป็นคาถามหาลาภ มีผลยิ่งใหญ่มาก
  3. พระคาถาปัจเจกโพธิ์โปรดสัตว์ ( นโม 3 จบ +พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ + วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาสา วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม) นี้ “พระครูวิหารกิจจานุการ (หลวงพอปาน)” วัดบางนมโค ต.บางนมโค จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นผู้ได้ไปเรียนมาจาก “ครูผึ้ง” เวลานั้นครูผึ้งอายุได้ ๙๙ ปี เมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๒ ท่านเรียนมาแล้วได้ปฏิบัติเห็นผลมามาก ถึงคนอื่นๆที่ท่านให้เรียนต่อ นำเอาไปปฏิบัติตาม ก็ได้บังเกิดผลมาแล้วมากหลาย

________________

ปฏิบัติตามนี้แล้วจึงจะได้ผลตามสมปรารถนา

  1. ผู้ที่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระคาถานี้ จะต้องเป็นผู้ที่ใส่บาตรแก่พระสงฆ์อยู่เสมอเป็นนิจ แม้แต่ ๑ องค์ขึ้นไปทุกๆวันโดยมิขาด
  2. รักษาศีล ๕ หรือศีล ๘ หมั่นสวดมนต์ และว่าพระคาถานี้ ๑-๙ จบ เมื่อจะใส่บาตรให้ระลึกถึงพระรัตนตรัยก่อน แล้วจึงจบขันข้าว และให้ว่าพระคาถานี้ ๑-๙ จบ
  3. เมื่อใส่บาตรเสร็จแล้ว  ให้ระลึกถึงพระรัตนตรัย คือพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ และพระปัจเจกโพธิ์ ครูผึ้ง อาจารย์เนียร พระครูวิหารกิจจานุการ (หลวงพ่อปาน) วัดบางนมโค พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษี) วัดท่าซุง เป็นที่สุด “ขอได้โปรดมาช่วยข้าพเจ้า(และทุกคนในครอบครัว) ให้มีความเป็นอยู่คล่องตัวทุกประการ ต้องการสิ่งใดขอให้สิ่งนั้นจงปรากฏ มีโชคลาภเป็นพิเศษ”
  4. ใครปฏิบัติดังนี้ได้ทุกวันเป็นนิจ จะมีโชคลาภและความสุขความเจริญ  ท่านพระครูวิหารกิจจานุการ (หลวงพ่อปาน) วัดบางนมโค ยินดีที่จะโปรดบุคคลทั้งหลายที่ยากจนขัดสน เพื่อให้พ้นทุกข์จากความยากจนอดอยาก
  5. แต่ท่านห้ามประพฤติชั่ว ให้รักษาศีล ๕ เป็นหลัก และเน้น ๒ ข้อสำคัญดังนี้
    – อทินาทานฯ     เว้นจากการลักทรัพย์ หรือหยิบฉวยสิ่งของที่เจ้าของไม่อนุญาตมาเป็นสมบัติของตน
    –  สุราเมฯ           เว้นจากการดื่มสุรายาเมาทุกชนิด กับห้ามมิจฉาชีพทุกชนิด รวมการพนันต่างๆด้วย
  6. ถ้าผู้ใดรักษาศีล ๕ ได้ทั้งหมดก็ยิ่งดี ผู้ใดประพฤติได้ดังนี้แล้ว จงปฏิบัติตามพระคาถาของพระปัจเจกโพธิ์ จะเห็นคุณในไม่ช้าเพียง ๖ เดือนก็ทราบได้
  7. ถ้าใครทำนานๆได้หลายปีก็จะมีความสุขยิ่งขึ้นไปทั้งชาตินี้และชาติหน้า จงกระทำใจให้ผ่องแผ้ว ระลึกถึงพระรัตนตรัย และพระปัจเจกโพธิ์ให้เที่ยงแท้ อย่าได้ระแวงหรือสงสัย (ทดลองทำ) และให้สังเกตดูให้ละเอียดดังต่อไปนี้คือ
    ให้ตวงข้าวสารที่เคยรับประทาน เดือนหนึ่งหมดเปลื้องไปเท่าใด เมื่อเริ่มปฏิบัติในพระคาถาพระปัจเจกโพธิ์ครบหนึ่งเดือนจะเหลือข้าวสารเท่าใด ปฏิบัติติดต่อทุกๆเดือน ข้าวสารจะหมดหรือลดน้อยลงเท่าไร ข้าวสุกหุงแล้วเหลือไว้มื้อหลังและมื้อต่อๆไปจะไม่บูด
    ผู้ที่ตกข้าวเปลือก(เก็บเกี่ยว)เมื่อจะขนเข้ายุ้งหรือพ้อม ตวงถังแรกให้ท่องพระคาถานี้ ๓-๕-๗-๙ จบ ตวงถังสุดท้ายก็ท่องพระคาถานี้ ๓-๕-๗-๙ จบ เช่นเดียวกัน แล้วให้จดไว้ว่ามีอยู่กี่เกวียน กี่บั้น กี่ถัง…..ครั้นเมื่อจะขนข้าวเปลือกออกจากยุ้งหรือพ้อมเพื่อการค้าขายหรือใช้เอง เมื่อตวงถังแรกให้ว่าพระคาถานี้ก่อน ๓-๕-๗-๙ จบ เมื่อเลิกตวงก็ให้ท่องพระคาถานี้อีก ๓-๕-๗-๙ จบเหมือนกัน แล้วจดบันทึกไว้ว่านำออกมาเท่าใด เปรียบเทียบปริมาณนำเข้าและนำออกก็จะรู้สรรพคุณของพระคาถานี้ได้

________________

 

โหร.อดิศร นิตยาจาร (หมอแดง)

Advertisements

เนื้อเรื่องย่อ

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: