วิธีฝึกสมาธิ-เพื่อให้เห็นภาพนิมิตตามความเป็นจริง


วิธีฝึกสมาธิ-เพื่อให้เห็นภาพนิมิตตามความเป็นจริง

         ลูกค้าหมอดูหลายคนฝึกสมาธิมานาน แต่ยังไม่เคยเห็นสิ่งใดในสมาธิเลย  ปรารถนาจะมีประสบการณ์สักครั้งที่นั่งสมาธิแล้วเห็นภาพต่างๆ (มโนมยิทธิ) อย่างคนอื่นบ้าง ผมเคยให้คำแนะนำแก่ลูกค้าหลายคน เมื่อทดลองปฏิบัติตามนั้นแล้วหลายคนบอกว่าได้ผลดี  เมื่อมีผู้สนใจถามวิธีปฏิบัติแบบนี้มากขึ้น ผมจึงเขียนแนวทางปฏิบัติธรรมและคำแนะนำที่สำคัญไว้ในเว็บบล็อกนี้ เพื่อให้ลูกค้าและผู้สนใจทั่วไปมาอ่าน/คัดลอก/พิมพ์ได้*
         ก่อนอื่นผมขอตั้งสมมุติฐานตรงนี้ไว้ก่อนว่า หลายท่านที่สนใจปฏิบัติธรรม น่าจะมีพื้นฐานด้านการฝึกสมาธิมาดีพอสมควรแล้ว จึงไม่ต้องแนะนำมากมายนัก แต่จะชี้ช่องทางเพื่อเสริมเติมต่อยอดออกไปอีกเพียงเล็กน้อย  ส่วนที่ผมจะแนะนำนี้จะเน้นปัญหาและอุปสรรคสำคัญต่อการปฏิบัติที่จะทำให้ท่านไม่สามารถเห็นภาพในสมาธิ หรือเห็นแล้วแต่ไม่เชื่อมั่นในตัวเอง 
        

หลักสำคัญที่ผู้ชอบฝึกสมาธิต้องเรียนรู้และต้องปฏิบัติมีดังนี้

  1. ถือศีล 5-8 ให้บริสุทธิ์ก่อน : เริ่มจากศีลน้อยไปหามาก ระยะเวลาสั้นไปยาว จนกระทั้งทำได้ตลอดวันตลอดชีวิต ยอมตายดีกว่าขาดจากศีล
  2. บำเพ็ญเพียรฝึกสมาธิให้มั่นคง : เริ่มจากสมาธิน้อยไปหามาก ระยะเวลาสั้นไปหายาว จนกระทั้งทำได้ตลอดวันตลอดชีวิต คิดจะใช้งานเมื่อไหร่ใช้ได้ทันที
  3. สร้างปัญญาให้เกิดขึ้น กระทั้งสามารถมองเห็นธรรมทั้งหลายได้ตามความเป็นจริงทุกประการ เป็นการเห็นชอบด้วยตัวเองไม่ใช้การอ่านหรือการฟังมา แล้วเกิดความเบื่อการเวียนว่ายตายเกิด และตัดสินใจปรารถนาพระนิพพานในชาตินี้ในที่สุด

การเตรียมตัวก่อนฝึกสมาธิทุกครั้ง

  1. ในวันที่จะฝึกสมาธิ ให้ท่านตั้งต้นจากการถือศีล 5-8 ให้บริสุทธิ์และให้มั่นคง
             การฝึกสมาธิจึงจะให้ได้ผลสำเร็จและรวดเร็วดี จงตั้งสัจจะอธิฐานระดับความเข้มข้นไว้ว่า “ข้าพเจ้าจะรักษาศีล ๕ ตั้งแต่บัดนี้ไปตลอดชีวิต” ถ้ามีใครมาบังคับให้ทำผิดศีล ๕ จะไม่ยอมทำ ถึงขู่ฆ่าก็ยอมตาย (เพราะอันที่จริงพวกเราก็พากันตายแล้วเกิดใหม่มานับไม่ถ้วนอยู่แล้ว ขอลองปฏิบัติอย่างเข้มข้นดูสักชาติ เผื่อจะสำเร็จได้ในชาตินี้) 
  2. สร้างสัทธา เชื่อและมั่นใจตัวเองว่าเรากำลังทำความดีไม่ใช่ความชั่ว 
             ให้ทำแบบทดสอบกำลังใจ ชุดที่ 1 เพื่อตรวจสอบสัทธาของท่านว่ามีเพียงพอหรือบกพร่อง
  3. ฝึกหลับตาแล้วต้องนึกถึงภาพพระ(พุทธรูป)ได้ทุกสัดส่วน ถ้าจำไม่ได้ให้เพ่งมองรูปภาพหรือพระพุทธรูปที่เราชอบ แล้วลองหลับตานึกถึงภาพนั้นว่าจำได้หรือไม่ 
             ให้ลองวาดพระพุทธรูปในกระดาษใส่รายละเอียดให้มากที่สุด ถ้ายังจำไม่ได้ให้กลับไป “เดินจงกลม” ถือพระพุทธรูปไว้ หลับตาบ้างลืมตาบ้าง ทำจนกว่าจะจำและวาดรูปพระได้

แบบทดสอบกำลังใจ ชุดที่ 1 : 

  1. พระพุทธเจ้ามีจริงหรือไม่?  (จงพิสูจน์ให้เห็นจริง)
  2. พระพุทธเจ้ามีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร? (เหมือนพระพุทธรูปที่เรากราบไหว้ทุกวันนี้ไหม)
  3. พระพุทธเจ้าสอนอะไรบ้าง? (ลองเขียนมา 1-10 หน้ากระดาษ)
  4. ตามข้อที่ 3  ถ้าให้ท่านย่อความทั้งหมดให้เหลือเพียง 1 บรรทัด ท่านจะเขียนว่าอย่างไร? 
  5. เป้าหมายอันสูงสุดของศาสนาพุทธคืออะไร?
  6. “พระนิพพาน” มีจริงหรือไม่?

แนวธงคำตอบ : 

  1. เป็นไปไม่ได้ที่จะมีใครสักคนสามารถหลอกลวงคนทั้งโลกและพระเจ้าแผ่นดินทั้งหลายในสมัยนั้นว่าตัวเองเป็นพระพุทธเจ้า  เพราะเพียงแค่พุทธปาฏิหาริย์-เปล่งแสงออกมาจากกายที่เรียกว่า “ฉัพพรรณรังสี” คนธรรมดาก็ไม่มีใครทำได้แล้ว เหตุผลเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว  และถ้าพระพุทธเจ้าไม่มีจริงลัทธิอื่นคงเขียนบันทึกคำคัดค้านไว้ให้เห็นแล้ว
  2. (เหตุผลเดียวกันกับข้อที่ 1)
  3. พระองค์สอนให้ทุกคนทำแต่ความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใสอยู่เสมอ  ประพฤติตนอยู่ในศีลธรรม  พิจารณาโลกนี้ตามความเป็นจริง เพื่อให้เห็นต้นตอปัญหาทั้งปวง ใช้ปัญญาดับทุกข์ทั้งปวง 
  4. สรุปคำสอนทั้ง 84,000 พระธรรมะขันธ์แล้ว เหลือเพียง “ทาน ศีล ภาวนา” (วิมุตติมรรค)
  5. แดนอมตะ-พระนิพพาน
  6. ถ้าพระพุทธเจ้ามีจริง คำสอนทุกอย่างของท่านย่อมเป็นความจริง 
    ท่านที่ต้องการพบเห็น(ทางจิต)/ถามปัญหาธรรมะท่านโดยตรง ให้ทดลองทำตามคำแนะนำของผมเรื่อง “กีฬาสมาธิ-เล่นซ่อน/หา” ทำได้แล้วให้ทดลองฝึก “มโนมยิทธิ” ทำได้เมื่อไหร่ท่านจะรู้คำตอบนี้โดยไม่เหลือความสงสัยอีกเลย  

ขณิกะสมาธิ

         “ขณิกะสมาธิ” – เป็นสมาธิเพียงเล็กน้อย เป็นจุดแรกของการเริ่มต้นรวบรวมสมาธิ โดยปล่อยวางความคิดอ่าน(พิจารณา)ทั้งหมด  ให้เหลือเพียงสติพร้อมที่จะรับรู้/โต้ตอบกับสิ่งแวดล้อมตรงหน้าเท่านั้น 

         วิธีฝึกสมาธิระดับกะสมาธิให้มั่นคง : ให้ตั้งใจว่าจะหยุดคิดถึงเรื่องงาน/ภารกิจ/หน้าที่/ความรับผิดชอบทุกอย่างในชีวิตลงชั่วคราว ในเวลาที่เราตั้งไว้เริ่มจากน้อยไปหามาก  ถ้าทำไม่ได้ให้เพ่งไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อตัดความคิดทุกอย่าง เช่นเพ่ง(ดู/กิริยาที่สนใจแต่…เรื่องเดียว)ไปที่แสงเปลวเทียน

         ให้ท่านลองสังเกตเด็กที่ดูทีวีจนไม่ได้ยินเสียงเรียกหาของพ่อแม่ นั้นแสดงว่าเขากำลังใช้สมาธิอยู่ในระดับนี้  และเรียกสมาธิในระดับนี้ว่า ขณิกสสมาธิ  ผมขอใช้ภาษาไทยเพื่อเข้าใจง่ายๆว่า “ตั้งใจ” ธรรมชาติของสมาธิระดับนี้มักจะไม่มั่นคง ตั้งได้ไม่นานก็ล้ม  เป็นอย่างนี้ถือว่าปกติ

***แบบทดสอบ ชุดที่ 2  : 

         ให้ท่านตั้งนาฬิกา(ที่มีเข็มวินาที)ตรงหน้า แล้วกำหนดจิตว่าจะดูเข็มเดิน 1 รอบโดยไม่คิดถึงสิ่งใดเลย  เมื่อทำได้แล้วให้ขยายเวลาไปเรื่อยๆให้ถึง 5-10 นาที ฝึกปฏิบัติให้เชี่ยวชาญก่อน แล้วจึงข้ามไปทำแบบฝึกหัดอื่นๆต่อไป (ถ้ายังทำแบบฝึกหัดนี้ไม่ได้-ห้ามข้ามขั้นตอนนี้ไป  ให้ทำตามลำดับก่อนหลังจึงจะพบความสำเร็จ)*บทความนี้เป็นธรรมทาน ผู้สนใจปฏิบัติธรรมสามารถคัดลอก/พิมพ์แจกผู้อื่นได้ในรูปแบบสาธารณะประโยชน์  แต่ยังสงวนลิขสิทธิ์ในส่วนไม่อนุญาตคัดลอกนำไปเผยแพร่ในรูปแบบทางการค้าเพื่อหาผลกำไร

อดิศร นิตยาจาร (มดแดง)
โทร. 08-1533-3529

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: